อัสลามมุอาลัยกุมวาเราะฮมาตุลลอฮิวาบารอกาตุ

ครับ...มนุษย์ทุกคนล้วนปรารถนาชีวิต แต่ไม่ช้าก็เร็ว เขาก็ต้องได้พบกับความตาย ถึงแม้เขาจะทำอะไรเก็บไว้มากมาย แต่เมื่อความตายมาถึงมันก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเขาไม่ทันได้เตรียมตัว มนุษย์มักมีเป้าหมายที่จะสร้างความสำเร็จและความรุ่งเรืองขึ้นบนโลก แต่ความตายก็มาทำลายภาพลวงแห่งสำเร็จที่เขาได้วาดหวังไว้ ด้วยเหตุนี้ความตายจึงสอนเขาว่าเขาไม่มีอำนาจอะไรเลยก่อนตาย

เราจะต้องเรียนรู้ความจริงจากความตาย เพราะความลับของชีวิตถูกซ่อนไว้อยู่ในนั้น ความตายแสดงให้เราเห็นว่าเราไม่ใช่นายของตัวเอง เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้เพียงชั่วคราวเท่านั้นโลกนี้มิใช่สถานที่สำหรับการทำให้ความฝันของเราเป็นจริง ความตายสอนให้เรารู้ว่าเราควรจะมีชีวิตอย่างไรมันบอกให้เรารู้ถึงหนทางไปสู่ความสำเร็จที่แท้จริงต่างหาก...!!!

วันอังคารที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2556

ประเภทของมะฮฺรอม

   อิสลามเป็นศาสนาที่ยกย่องสตรีให้เกียรติสตรี ด้วยการดูแลสตรีและปกป้องสตรีในฐานะที่เหมาะสม สตรีมุสลิมจึงได้รับการปลูกฝังในเรื่องกิริยามารยาทต่าง ๆ เพื่อให้เป็นกุลสตรีที่รักนวลสงวนตัว มีความบริสุทธิ์สะอาดทั้งกายและใจ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการแต่งกาย การแสดงออกและการวางตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเพศตรงข้าม และอิสลามได้กำหนดว่า ใครบ้างที่เป็นเพศตรงข้ามที่อยู่ในฐานะญาติสนิทหรือเป็นญาติใกล้ชิด หรือที่เรียกกันว่า "มะฮฺรอม"ซึ่งเป็นบุคคลที่ห้ามแต่งงานด้วย และถือว่าเป็นญาติใกล้ชิดที่ได้รับการผ่อนผันในเรื่องของการคลุมฮิญาบต่อหน้าเขา


 
มะฮฺรอมแบ่งเป็น 3 ประเภท ดังต่อไปนี้


ประเภทที่ 1 มะฮฺรอมทางเชื้อสาย

บุคคลประเภทนี้ คือผู้ที่ได้รับการกล่าวถึงในอัลกุรอ่าน ซูเราะฮฺอัลนูรฺ อายะฮฺที่ 31 ว่า


وَقُل لِّلْمُؤْمِنَاتِ يَغْضُضْنَ مِنْ أَبْصَارِهِنَّ وَيَحْفَظْنَ فُرُوجَهُنَّ وَلَا يُبْدِينَ زِينَتَهُنَّ إِلَّا مَا ظَهَرَ مِنْهَا وَلْيَضْرِبْنَ بِخُمُرِهِنَّ عَلَىٰ جُيُوبِهِنَّ وَلَا يُبْدِينَ زِينَتَهُنَّ إِلَّا لِبُعُولَتِهِنَّ أَوْ آبَائِهِنَّ أَوْ آبَاءِ بُعُولَتِهِنَّ أَوْ أَبْنَائِهِنَّ أَوْ أَبْنَاءِ بُعُولَتِهِنَّ أَوْ إِخْوَانِهِنَّ أَوْ بَنِي إِخْوَانِهِنَّ أَوْ بَنِي أَخَوَاتِهِنَّ أَوْ نِسَائِهِنَّ أَوْ مَا مَلَكَتْ أَيْمَانُهُنَّ أَوِ التَّابِعِينَ غَيْرِ أُولِي الْإِرْبَةِ مِنَ الرِّجَالِ أَوِ الطِّفْلِ الَّذِينَ لَمْ يَظْهَرُوا عَلَىٰ عَوْرَاتِ النِّسَاءِ وَلَا يَضْرِبْنَ بِأَرْجُلِهِنَّ لِيُعْلَمَ مَا يُخْفِينَ مِن زِينَتِهِنَّ وَتُوبُوا إِلَى اللَّهِ جَمِيعًا أَيُّهَ الْمُؤْمِنُونَ لَعَلَّكُمْ تُفْلِحُونَ ( 31 ) อัน-นูร - Ayaa 31

"และจงกล่าวเถิดมุฮัมมัดแก่บรรดามุอ์มินะฮ์ให้พวกเธอลดสายตาของพวกเธอลงต่ำ และให้พวกเธอรักษาทวารของพวกเธอ และอย่าเปิดเผยเครื่องประดับของพวกเธอ เว้นแต่สิ่งที่พึงเปิดเผยได้ และให้เธอปิดด้วยผ้าคลุมศรีษะของเธอลงมาถึงหน้าอกของเธอ และอย่าให้เธอเปิดเผยเครื่องประดับของพวกเธอ เว้นแต่แก่สามีของพวกเธอ หรือบิดาของสามีของพวกเธอ หรือลูกชายของพวกเธอ หรือลูกชายสามีของพวกเธอ หรือพี่ชายน้องชายของพวกเธอ หรือลูกชายของพี่ชายน้องชายของพวกเธอหรือลูกชายของพี่สาวน้องสาวของพวกเธอ หรือพวกผู้หญิงของพวกเธอ หรือที่มือขวาของพวกเธอครอบครอง (ทาสและทาสี) หรือคนใช้ผู้ชายที่ไม่มีความรู้สึกทางเพศ หรือเด็กที่ยังไม่รู้เรื่องเพศสงวนของผู้หญิง และอย่าให้เธอกระทืบเท้าของพวกเธอ เพื่อให้ผู้อื่นรู้สิ่งที่พวกเธอควรปกปิดในเครื่องประดับของพวกเธอ และพวกกเจ้าทั้งหลายจงขอลุแก่โทษต่ออัลลอฮ์เถิด โอ้ บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้รับชัยชนะ"


บรรดานักอรรถาธิบายอัลกุรอ่านกล่าวว่า มะฮฺรอม ตามที่ปรากฏในอัลกุรอ่านก็คือ
1. พ่อ หรือพ่อของพ่อ หรือพ่อของแม่ จนกระทั่งในระดับสูงขึ้นไปจากฝ่ายชายและหญิง (ปู่ ตา ปู่ทวด ตาทวด...)
2. ลูกชายและลูกของลูก จนกระทั่งระดับต่ำลงไป เช่น หลาน เหลน โหลน จากลูกชายและลูกสาว
3. พี่ชายและน้องชาย ทั้งที่พ่อแม่เดียวกัน และพ่อเดียวกันแต่คนละแม่ หรือแม่เดียวกันแต่คนละพ่อก็ตาม
4. ลูกชายของพี่ชายและน้องชาย ลูกชายของพี่สาวและน้องสาว ทั้งที่พ่อแม่เดียวกัน และพ่อเดียวกันแต่คนละแม่ หรือแม่เดียวกันแต่คนละพ่อก็ตาม
5. ลุง (พี่ของพ่อหรือแม่) และน้า อา (น้องของแม่หรือพ่อ)


ในกรณีของลุงและน้า แม้ว่าบุคคลทั้งสองนี้จะไม่ได้มีการกล่าวถึงในอัลกุรอ่าน แต่ตำแหน่งของพวกเขาเทียบเท่ากับตำแหน่่งของพ่อแม่ (ดูการใช้นัยยะดังกล่าวในอัลกุรอ่าน) จากซูเราะฮฺอัลบะกอเราะฮฺ อายะฮฺที่ 133 ว่า


أَمْ كُنتُمْ شُهَدَاءَ إِذْ حَضَرَ يَعْقُوبَ الْمَوْتُ إِذْ قَالَ لِبَنِيهِ مَا تَعْبُدُونَ مِن بَعْدِي قَالُوا نَعْبُدُ إِلَٰهَكَ وَإِلَٰهَ آبَائِكَ إِبْرَاهِيمَ وَإِسْمَاعِيلَ وَإِسْحَاقَ إِلَٰهًا وَاحِدًا وَنَحْنُ لَهُ مُسْلِمُونَ ( 133 ) อัล-บะเกาะเราะฮ - Ayaa 133

"หรือว่าพวกเจ้าอยู่ด้วย เมื่อความตายได้เยี่ยมกรายยะอ์กูบ ขณะที่เขากล่าวแก่ลูก ๆ ของเขาว่า พวกเจ้าจะเคารพสักการะอะไร หลังจากฉัน? พวกเขากล่าวว่า พวกเราจะเคารพสักการะพระเจ้าของท่าน และพระเจ้าแห่งบรรดาบิดาของท่าน คือ อิบรอฮีม อิสมาอีล และอิสฮาก แต่เพียงองค์เดียวและพวกเราจะเป็นผู้สวามิภักดิ์ต่อพระองค์เท่านั้น"

(คำอธิบาย อิสมาอีลไม่ได้เป็นพ่อแต่เป็นลุงของยะอฺกูบ)


ประเภทที่ 2 มะฮฺรอม ด้วยการร่วมแม่นมเดียวกัน

บรรดานักวิชาการได้อธิบายโดยยึดเอาหลักการจากอัลกุรอ่าน และแบบฉบับของท่านบี ว่า การดื่มนมร่วมแม่นมเดียวกัน ถือเป็นเสมือนเครือญาติ (เช่นเดียวกับประเภทที่นึ่ง) ซึ่อนุญาตให้สตรีที่มีญาติใกล้ชิด (มะฮฺรอม) ที่เกิดจากแม่นมเดียวกัน สามารถมองดูนางในสภาพที่เปิดเผยเอาเราะฮฺ ที่อนุญาตให้เปิดเปิดเผยแก่มะฮฺรอมได้ เพราะตามหลักการแล้วบรรดามะฮฺรอมนั้นเป็นผู้ที่ต้องห้ามแต่งงานด้วยตลอดชีวิต เช่นเดียวกับการดื่มนมร่วมแม่นมเดียวกัน ก็ห้ามแต่งงานกันตลอดชีวิตด้วย


นอกจากนี้ยังมีแบบฉบับจาท่านนบี รายงานจากอุรวะฮฺ มาจากท่านหญิงอาอิชะฮฺว่า

"นางได้บอกท่านนบีว่า ลุงของนางซึ่งเป็นพี่น้องร่วมแม่นมเดียวกับพ่อของนาง เขามีชื่ว่า อัฟละฮฺ ได้ขออนุญาตนางที่จะเข้ามาในบ้าน นางได้ปิดกั้นเขาไว้ หลังจากนั้นนางได้บอกเรื่องดังกล่าวแก่ท่านรอซูลุลลอฮฺ ท่านจึงบอกนางว่า เธอจงอย่าปิดกั้นเขาเลย เพราะเขาเป็นมะฮฺรอมจากการดื่มนมจากแม่นมเดียวกัน ซึ่งเขาเป็นเช่นเดียวกับมะฮฺรอมแบบเครือญาติ" 


ดังนั้น การเป็นมะฮฺรอมกันนั้น เกิดขึ้นได้ทั้งจากการมีเชื้อสายเกี่ยวพันกัน และการดื่มนมจากแม่นมเดียวกัน

ประเภทที่ 3  มะฮฺรอม ด้วยการสมรส

ผู้ที่ถือว่าเป็นมะฮฺรอมจากการแต่งงาน คือบุคคลที่ห้ามไม่ให้แต่งงานกันตลอดชีวิต อันได้แก่ ภรรยาของลูกชาย ภรรยาของพ่อ แม่ของภรรยา
ผู้ที่เป็นญาติใกล้ชิด (มะฮฺรอม) จากการแต่งงาน เช่น ภรรยาของพ่อกับลูกของสามี หรือภรรยาของลูกชายกับพ่อของสามี หรือแม่ของภรรยากับสามี


อัลลอฮฺตรัสไว้ในซูเราะฮฺอัลนูรฺ อายะฮฺที่ 31ว่า

"และอย่าให้เธอเปิดเผยเครื่องประดับของพวกเธอ เว้นแต่แก่สามีของพวกเธอ หรือบิดาของสามีของพวกเธอ หรือลูกชายของพวกเธอ หรือลูกชายของสามีของพวกเธอ"

ผู้ที่เป็นมะฮฺรอมที่เกิดจากการเ้กี่ยวดองกันด้วยการแต่งงาน ซึ่งพระองค์อัลลอฮฺ กล่าวไว้รวมกันกับคำว่า พ่อ และ ลูก ก็ย่อมหมายความเช่นเดียวกันในเรื่องของการเปิดเผยร่างกาย
บางส่วน โดยไม่ต้องฮิญาบ


ในเรื่องการแต่งกายมุสลิม นอกเหนือจากบุคคลที่กล่าวมาแล้วนี้ ไม่อนุญาตให้สตรีมุสลิมเปิดเผยเอาเราะฮฺ (ส่วนที่จำเป็นต้องปกปิด) ส่วนใดก็ตามแก่บุรุษเหล่านั้น แม้เขาจะมีความสนิทสนม หรือคุ้นเคยสักเพียงใดก็ตาม
มีตัวอย่างจากการกระทำที่ไม่ถูกต้อง สามารถพบเห็นได้มากมายในสังคม เมื่อสตรีเหล่านี้ได้ถอดผ้าคลุมศีรษะของเธอต่อหน้าพี่น้องของสามีบ้าง หรือลูกพี่ลูกน้องของเธอที่สนิทสนมคุ้นเคยตั้งแต่เด็ก หรือเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงที่มีความคุ้นเคยกัน ขัดต่อบทบัญญัติที่อิสลามกำหนดไว้ ระมัดระวังในเรื่องเงื่อนไขของการคลุมฮิญาบด้วย

สรุปมะฮฺรอมมี 3 ประเภท

-   มะฮฺรอมทางเชื้อสาย ได้แก่  พ่อ หรือพ่อของพ่อ หรือพ่อของแม่ จนกระทั่งในระดับสูงขึ้นไปจากฝ่ายชายและหญิง (ปู่ ตา ปู่ทวด ตาทวด)ลูกชายและลูกของลูก จนกระทั่งระดับต่ำลงไป เช่น หลาน เหลน โหลน จากลูกชายและลูกสาว พี่ชายและน้องชาย ทั้งที่พ่อแม่เดียวกัน และพ่อเดียวกันแต่คนละแม่ หรือแม่เดียวกันแต่คนละพ่อก็ตามลูกชายของพี่ชายและน้องชาย ลูกชายของพี่สาวและน้องสาว ทั้งที่พ่อแม่เดียวกัน และพ่อเดียวกันแต่คนละแม่ หรือแม่เดียวกันแต่คนละพ่อก็ตามลุง (พี่ของพ่อหรือแม่) และน้า อา (น้องของแม่หรือพ่อ)  โดยไม่รวมญาติที่เป็นเขย เช่น อาเขย พี่เขย น้องเขย ลุงเขย  หลานเขย และลูกพี่ลูกน้อง

-  มะฮฺรอม ด้วยการร่วมแม่นมเดียวกัน
-  มะฮฺรอม ด้วยการสมรส  คือ สามี และพ่อของสามี  (พี่ชายและน้องชายของสามี ไม่ใช่มะฮฺรอม)


والله أعلم بالصواب
...................................................
Annisaa forum ::Basic to Muslimah


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น