อัสลามมุอาลัยกุมวาเราะฮมาตุลลอฮิวาบารอกาตุ

ครับ...มนุษย์ทุกคนล้วนปรารถนาชีวิต แต่ไม่ช้าก็เร็ว เขาก็ต้องได้พบกับความตาย ถึงแม้เขาจะทำอะไรเก็บไว้มากมาย แต่เมื่อความตายมาถึงมันก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเขาไม่ทันได้เตรียมตัว มนุษย์มักมีเป้าหมายที่จะสร้างความสำเร็จและความรุ่งเรืองขึ้นบนโลก แต่ความตายก็มาทำลายภาพลวงแห่งสำเร็จที่เขาได้วาดหวังไว้ ด้วยเหตุนี้ความตายจึงสอนเขาว่าเขาไม่มีอำนาจอะไรเลยก่อนตาย

เราจะต้องเรียนรู้ความจริงจากความตาย เพราะความลับของชีวิตถูกซ่อนไว้อยู่ในนั้น ความตายแสดงให้เราเห็นว่าเราไม่ใช่นายของตัวเอง เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้เพียงชั่วคราวเท่านั้นโลกนี้มิใช่สถานที่สำหรับการทำให้ความฝันของเราเป็นจริง ความตายสอนให้เรารู้ว่าเราควรจะมีชีวิตอย่างไรมันบอกให้เรารู้ถึงหนทางไปสู่ความสำเร็จที่แท้จริงต่างหาก...!!!

วันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

บิดอะฮฺต่าง ๆ ในเดือนรอมฎอน




1. คุณทราบหรือไม่ว่า.. บิดอะฮฺในกิยามูรอมฎอนคือ การอ่านสูเราะฮฺอัล อันอามในรอกะอะฮฺเดียว โดยเจาะจง อ่านในสูเราะฮฺสุดท้ายของตะรอวิฮฺ ในคืนที่ 7 หรือก่อนหน้านั้น โดยอิหม่ามบางมัสยิดที่ไม่รู้ได้กระทำขึ้น โดยอ้างหลักฐานที่อ่อนและไม่ได้เป็นหลักฐานในเรื่องดังกล่าว สูเราะฮฺอัลอันอามถูกประทานลงมาทั้งหมด ในครั้งเดียว ซึ่งมีมลาอิกะฮฺ70,000 ท่าน เป็นผู้มาส่ง จึงทำให้คนทั่วไปเข้าใจผิดในเรื่องดังกล่าว

2. คุรทราบหรือไม่ว่า.. การนมาซตะรอวิฮฺหลังมัฆริบเป็นบิดอะฮฺที่พวกรอฟีเฎาะฮฺได้กระทำขึ้น เพราะพวกเขา ไม่ชอบนมาซตะรอวิฮฺ และอ้างว่าเป็นบิดอะฮฺที่ท่านอุมัรฺได้ทำขึ้น ดังนั้นเมื่อพวกเขานมาซก่อนอีชาอฺจึงไม่ถือว่า เป็นนมาซตะรอวิฮฺ

ท่ายชัยคุลอิสลาม อิบนุตัยมียะฮฺ ได้ถูกถามเกี่ยวกับผู้ที่นมาซตะรอวิฮฺหลังมัฆริบว่าเป็นสุนนะฮฺหรือบิดอะฮฺ? โดยพวก เขากล่าวว่า ท่านอิหม่ามอัชชะฟิอีย์ได้ละหมาดตะรอวิฮฺหลังมัฆริบ และนมาซให้ครบสมบูรณ์หลังอิชาอฺ ? ทานได้ตอบ ว่า (สรุปจากคำตอบของท่าน) สุนนะฮฺในการนมาซตะรอวิฮฺนั้นจะนมาซหลังอิชาอฺ ดังที่ชาวสลัฟ และบรรดาอะอิมมะฮ ฺเห็นตรงกันและการที่ถูกถ่ายทอดมาจากท่านอิหม่ามอัชชาฟิอีย์นั้นบาฏิล(ไม่ถูกต้อง) ดังนั้นผู้ใดที่นมาซตะรอวิฮฺก่อนอิชาอฺแนนอนเขาได้ดำเนินตามแนวทางของพวกบิดอะฮิ ผู้ที่ทำค้านกับสุนนะฮ ฺวัลลอฮุอะอฺลัม (มัจญมูอุลฟะตาวา)

ท่านได้ตอบว่า (สรุปจากตำตอบของท่าน) ที่ถูกต้องนั้นไม่ให้ปฏิบัติการนมาซนี้ ไม่มีอะอิมมะฮฺคนใดจากบรรดา มุสลิมส่งเสริมให้กระทำ ยิ่งไปกว่านั้น เป็นบิดอะฮิที่น่ารังเกียจซึ่งเป็นมติของอะอิมมะฮฺ ไม่ได้เป็นการกระทำของ ท่านรสูล(ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) บรรดาเศาะฮาบะฮฺ ตาบิอีน (มัจญมูอุลฟะตาวา)

4. คุณทราบหรือไม่ว่า… บิดอะฮฺในรอมฎอนขณะที่มีการคอตมุลกุรอ่าน (อ่านกุรอ่านจบ) จะมีการรวมอายะฮฺ ที่มีการสุญูด (อายะฮฺอัสสัจญดาต) ทุกๆอายะฮฺในร็อกอะฮฺเดียว

ท่าน อบูชามะฮิได้กล่าวว่า ได้มีคนทำบิดอะฮฺขึ้นโดยการรวมอายะฮฺอัสสัจญดะฮฺ และจะอ่านอายะฮฺต่าง ๆ ในคืนที่มีการอ่านกุรอ่านจบและในนมาซตะรอวิฮฺ และบางคนได้เอามาแทนอายะฮฺอัสสัจญดะฮฺโดยการอ่าน อัตตะฮฺลีลทุก ๆ อายะฮฺที่มีการกล่าว

(لا إله إلا الله) أو ( لا إله إلا هو )

โดยจะอ่านไปจนจบ ดังกล่าวก็เป็นบิดอะฮฺเช่นกัน



5. คุณทราบหรือไม่ว่า…บิดอะฮิที่ถูกกระทำขึ้นในเดือนรอมฎอนอีกอย่างก็คือ การอ่านอายะฮฺที่เป็นการขอดุอาฮฺ ในอัลกุรอ่านอย่างต่อเนื่องโดยจะทำในร็อกอะฮฺสุดท้ายของนมาซตะรอวิฮฺ หลังการอ่านสูเราะฮฺอันนาสโดยที่ ร็อกอะฮฺที่สองจะอ่านยาวกว่าในร็อกอะฮฺแรก เช่นเดียวกับการอ่านสูเราะฮฺอัลอัลอาม

6. คุณทราบหรือไม่ว่า… มีบิดอะฮิ “ชิกรฺ” (การรำลึก) หลังให้สลามหมายถึง จะมีการซิกรฺทุก ๆ ครั้ง หลังการให้ สลามของการนมาซตะรอวิฮฺและบรรดาผู้นมาซจะกล่าวด้วยเสียงดัง โดยทำพร้อมๆกัน ทั้งหมดนี้ก็ถือเป็นบิดอะฮฺ

และเชานเดียวกันคำพูดของมุอัซซินหลังจากการซิกรฺ ก็เป็นบิดอะฮฺซึ่งเขาจะกล่าวว่า (อัศศ่อลาตู้ ยัรฺมุกุมุลลอฮา) นี่ก็เป็นอุตรกรรมอีกอย่างหนึ่ง ไม่ได้มีรายงายว่าท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม)ทำหรือยอมรับ และเช่น เดียวกัน จากบรรดาเศาะฮาบะฮฺ ตาบีอีนชาวสลัฟ การอุตริในศาสนาเป็นสิ่งต้องห้าม แนวทางที่ดีคือแนวทางของ ท่านนบีมุฮัมหมัด(ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) และคูละฟาอฺหลังจากท่านและบรรดาเศาะฮะบะฮฺ พวกเขาไม่ได้ ทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดจากสิ่งนี้เลย..(อัลมัดค้อล ลิบนิลหาจญฺ)

7. คุณทราบหรือไม่ว่า.. มีบิดอะฮิในคืนค็อตมุ้ลกุอาน (อ่านกุรอานจบ) โดยมุอัซซินจะรวมตัวในคืนดังกล่าว โดยทำการตักบีรเป็นกลุ่มขณะทีอยู่ในนมาซ ทั้งๆที่ไม่มีความต้องการ ยิ่งไปกว่านั้นบางคนจากมุอัซซิน กล่าวโดยให้มะอฺมูมได้ยินแต่ตัวเองไม่ได้นมาซ

- เมื่อผู้อ่านอัลกุรอานได้ออกมาจากสถานที่เขานมาซ จะมีฬ่อหรือม้ามาให้เขาขี่ หลังจากนั้นก็จะมีการไปส่งเขา ที่บ้าน บางคนอ่านอัลกุรอานข้างหน้าเขา มุอัซซินจะนำการตักบีรข้างหน้าเขาเหมือนกับตักบีรอีด

- บรรดาคนยากจนที่ทำการซิกรฺจะเดินนำหน้าผู้ที่อ่านอัลกุรอานจนกว่าเขาจะไปถึงบ้าน บางคนก็นำเสียงเพลง มาแทนในเรื่องดังกล่าว อันนี้ยิ่งร้ายแรงกว่า ทั้งๆที่ทั้งหมดนั้นก็เป้นที่ต้องห้าม

- และยังมีการตีกลองนำหน้าผู้อ่านในขณะที่เดินทางไปยังบ้านของเขา

- มีการทำอาหารและของหวานบางอย่างในโอกาสนี้ด้วย และยังมีสิ่งอื่น ๆ อีกมากมาย

8. คุณทราบหรือไม่ว่า… บิดอะฮฺอีกประการหนึ่งคือ การที่ผู้คนได้เขียนในกระดาษที่เรียกว่า “หะฟาอิซ” (حفا ئظ ) โดยจะเขียนในญุมูอะฮิสุดท้ายของรอมฎอน โดยเรียกญูมุอะฮฺนี้ว่า “ญุมุอะฮฺยะตีมะฮฺ” เขียนในช่วงที่มีการคุตบะฮฺ โดยเขียนคำว่า

(لا آلاء إلا آلاؤك سميع محيط علمك كعسهلون وبالحق أنزلناه وبالحق نزل )

ซึ่งคนที่โง่เขลาที่ทำบิดอะฮฺนี้มีความเชื่อว่ามันจะช่วยปกป้องไฟไหม้จมน้ำ ขโมยและโรคร้าย

9. คุณทราบหรือไม่ว่า มีบิดอะฮิที่เกิดขึ้นคือ การจัดงานเพื่อรำลึกถึงสงครามบัดรฺ โดยจะจัดขึ้นในคืนที่สิบเจ็ด รอมฎอน โดยผู้คนจะมารวมตัวที่มัสญิด ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นคนทั่วไป (เอาวาม) บางคนก็อ้างว่าเป็นผู้รู้ โดยจะเริ่มในงานของพวกเขาด้วยอายะฮิอัลกุรอาน หลังจากนั้นก็กล่าวถึงเรื่องราวในสงครามบัดรฺ และวีรกรรม ของบรรดาเศาะฮะบะฮฺ บ้างก็เกินเลยในเรื่องของความจริง และบางประเทศมุสลิมก็จัดอย่างเป็นทางการ

นี่คือบางส่วนจากบิดอะฮฺที่ถูกจัดให้มีขึ้น และเป็นสาเหตุให้บรรดาผู้คนออกห่างจากสิ่งที่อัลลอฮฺและรสูลของ พระองค์ได้กำหนดขึ้น และที่เป็นบะลาอฺที่ยิ่งใหญ่ก็คือ บรรดามุสลิมทิ้งสิ่งที่เป็นบทบัญญัติและนำสิ่งที่เป็น อุตริกรรมขึ้นมา

والله أعلم بالصواب
**************
ดย อ.ยูซุฟ  ศรีมาลา

วารสารใต้ร่มเงาอิสลาม ฉบับที่ 61 สิงหาคม 2552

 http://www.warasatussunnah.net/

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น