อัสลามมุอาลัยกุมวาเราะฮมาตุลลอฮิวาบารอกาตุ

ครับ...มนุษย์ทุกคนล้วนปรารถนาชีวิต แต่ไม่ช้าก็เร็ว เขาก็ต้องได้พบกับความตาย ถึงแม้เขาจะทำอะไรเก็บไว้มากมาย แต่เมื่อความตายมาถึงมันก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเขาไม่ทันได้เตรียมตัว มนุษย์มักมีเป้าหมายที่จะสร้างความสำเร็จและความรุ่งเรืองขึ้นบนโลก แต่ความตายก็มาทำลายภาพลวงแห่งสำเร็จที่เขาได้วาดหวังไว้ ด้วยเหตุนี้ความตายจึงสอนเขาว่าเขาไม่มีอำนาจอะไรเลยก่อนตาย

เราจะต้องเรียนรู้ความจริงจากความตาย เพราะความลับของชีวิตถูกซ่อนไว้อยู่ในนั้น ความตายแสดงให้เราเห็นว่าเราไม่ใช่นายของตัวเอง เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้เพียงชั่วคราวเท่านั้นโลกนี้มิใช่สถานที่สำหรับการทำให้ความฝันของเราเป็นจริง ความตายสอนให้เรารู้ว่าเราควรจะมีชีวิตอย่างไรมันบอกให้เรารู้ถึงหนทางไปสู่ความสำเร็จที่แท้จริงต่างหาก...!!!

วันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

หะดิษปลอมผลบุญละหมาดตะรอเวียะห์30คืนระบาดหนัก



               เนื่องจากมีการเผยแพร่หะดิษเมาฎูอฺ หมายถึงหะดีษเก๊ ปลอม ทุกคืนของเดือนรอมาฎอน ก่อนทำการละหมาดตะรอเวียะห์ ณ มัสยิดแห่งหนึ่งที่ผู้เขียนร่วมละหมาดตะรอเวียะห์ โดยจะมีโต๊ะครูคนหนึ่งลุกขึ้นยืนประกาศต่อหน้าผู้ทำละหมาดนับร้อย ในช่วงก่อนละหมาดตะรอเวียะห์ร็อกอะฮฺแรกของทุกคืน ในแต่ละคืนจะประกาศผลได้รับผลบุญไม่เหมือนกัน เช่นในคืนที่ 4 โต๊ะครูคนนี้กล่าวว่า "คืนนี้คืนที่ 4 ของเดือนรอมาฎอน ใครผู้ใดละหมาดตะรอเวียะห์พร้อมกับโต๊ะอิมาม ครบ 20 ร็อกอะฮฺ อัลลอฮฺได้สัญญาว่า เขาผู้นั้นจะได้รับผลบุญ เหมือนได้อ่านคัมภีร์เตารอต อินยีน ซาบูร และอัลกุรอาน 1 จบ  แต่ต้องละหมาดครบนะ หากไม่ครบอัลลอฮจะไม่ตอบแทนผลบุญนั้นแก่เขา

ในคืนที่ 5 ก็ยืนขึ้นหันหน้ามายังผู้จะทำการละหมาดตะรอเวียะฮฺ เช่นคืนที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน แต่แค่เปลี่ยนผลบุญที่จะได้รับ ว่า หากเขาละหมาดครบพร้อมอิมาม เขาจะได้ผลบุญเสมอเหมือนดังคนที่ได้ไปละหมาดในมัสยิดิ้ลฮารอมในนครมักกะห์ กับได้ไปละหมาด ณ มัสยิดมาดีนะห์ และเสมือนได้ไปละหมาดในมันยิดิ้ลอักซอ และในคืนที่ 6 ก็กล่าวเช่นนีมาเรื่อย จนผู้ที่มาละหมาดส่วนใหญ่จะละหมาดตะรอเวียะห์กันจนครบ

หะดิษที่โต๊ะครูคนนี้กล่าวอ้าง มีระบุไว้ในหนังสือ "ดุรรอตุลนาซีฮีน"ว่า

 รายงานจากซัยยิดินาอาลี บุตรของอาบีตอลิบ ร่อฎียัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า
 "ท่านบีมูฮำาหมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ถูกสาวกเรียนถามถึงศักดิ์ศรีและความสำคัญยิ่งของการละหมาดตะรอเวี๊ยะฮ์ในเดือนรอมฎอน" ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ทรงตรัสว่า "มุมินนั้นจะพ้นจากบาปเนื่องในการละหมาดตะรอเวี๊ยะ" คือ

คืนที่ 1 เขาจะไม่มีบาป เสมือนวันที่มารดาคลอดเขามา

คืนที่ 2 อัลเลาะห์(ซ.บ.) จะอภัยโทษแก่เขาและบิดามารดาทั้งสองของเขา ถ้าท่านทั้งสองนั้นมีอีหม่านต่อัลเลาะห์ (ซ.บ)

คืนที่ 3 มาลาอีกัตจะประกาศจากใต้อารัชว่า เจ้าจงเริ่มทำความดีต่อไปได้ ความชั่วที่แล้วมาจะถูกลบเลือนออกหมด เจ้าจงใช้ชีวิตให้ส่วยงามต่อไป

คืนที่ 4 เขาจะได้กุศลเสมอกับ - เหมือนดังที่ได้อ่านคัมภีร์ เตารอต อินยีน ซาบูร และอัลกรุอ่าน 1 จบ

คืนที่ 5 เขาจะได้กุศลเสมอเหมือนดังคนที่ได้ไปละหมาดในมัสยิดิ้ลฮารอมในนครมักกะห์ กับได้ไปละหมาด ณ มัสยิดมาดีนะห์ และเสมือนได้ไปละหมาดในมันยิดิ้ลอักซอ ด้วย

คืนที่ 6 เขาจะได้กุศลเสมอเหมือนดังคนที่ได้ไปตอวาฟที่บัยติ้ลมะฮ์มูด (ซึ่งเป็นกิบลัตของมาลาอีกัตอยู่ตรงกับบัยตุ้ลเลาะห์) และทุกสิ่งทุกอย่างที่มีอยู่ในโลกนี้จะขออภัยโทษจากอัลเลาะห์(ซ.บ.) ให้แก่เขา

คืนที่ 7 เจาจะได้กุศลเสมอเหมือนกับเขาได้เกิดในสมัยท่านนบีมูซา และได้ร่วมในการปราบปรามฟิรอูนและ ฮามาน

คืนที่ 8 เขาจะได้กุศลเสมอเหมือนดังที่พระองค์อัลเลาะฮ์(ซ.บ.)ได้ทรงประทานให้แก่ท่านนบีอิบรอฮีม

คืนที่ 9 เขาจะได้กุศลเสมอเหมือนดังที่เขาได้สักกาะระแด่พระองค์อัลเลาะฮ์ (ซ.บ.) เท่ากับท่านนบีมูฮำหมัดที่ได้ทำมา

คืนที่ 10 อัลเลาะฮ์ (ซ.บ.)จะบันดาลให้เขาพบแต่ความดีทั้งในโลกนี้และโลกอาคีเราะฮ์

คืนที่ 11 เวลาเขาจะได้ตายจากโลกนี้ไป เขาจะจากไปเสมือนกับว่าเขาออกจากท้องมารดาแล้วก็ตาย

คืนที่ 12 เขาจะเกิดมาในวันกียามัตด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มจรัสดุจดวงจันทร์ ณ. วันเพ็ญ

คืนที่ 13 เขาจะเกิดมาในวันกียามัตด้วยกับความปลอดภัยจากความชั่วร้ายทั้งปวง

คืนที่ 14 ในวันกียามัตจะมีมาลาอีกัตมาเป็นพยานให้แก่เขา ในการที่เขามาละหมาดตะรอเวี๊ยะฮ์

คืนที่ 15 บรรดามาลาอีกัตทั้งปวงจะมาให้พรแก่เขาตลอดจนมาลาอีกัตที่กำลังแบกทูนอารัชและกุรซี ก็จะมาอวยพรแด่เขาด้วย

คืนที่ 16 เขาจะถูกบันทึกว่า เป็นผู้ที่ปลอดภัยจากนรกอเวจี

คืนที่ 17 เขาจะได้กุศลเท่ากับกุศลของนบีทั้งปวงรวมกัน

คืนที่ 18 มาลาอีกัตจะประกาศชื่อของเขาว่า "แน่แท้ พระองค์อัลเลาะฮ์(ซ.บ.) ทรงพึงพระทัยจากเขาและบิดามารดาของเขา"

คืนที่ 19 อัลเลาะฮ์(ซ.บ.)จะยกฐานันดรอันสูงส่งแก่เขาในสวรรค์ชั้นฟิรเดาซ์

คืนที่ 20 เขาจะได้รับผลบุญเท่ากับไปตายในสงครามศาสนา และเท่ากับบรรดาคนที่ไม่เคยทำบาปทั้งหลายมาเลย

คืนที่ 21 อัลเลาะฮ์ (ซ.บ.) จะทรงสร้างบ้านหลังหนึ่งในสวรรค์ไว้ให้แก่เขา และบ้านนั้นเต็มไปด้วยรัศมี

คืนที่ 22 เขาจะไปปรากฎตนในวันกียามัตด้วยความปลอดภัยปราศจากทุกข์โศก

คืนที่ 23 อัลเลาะฮ์ (ซ.บ.) ได้เตรียมเมืองเมืองหนึ่งไว้ให้เขาครอง

คืนที่ 24 อัลเลาะฮ์ (ซ.บ.)จะเปิดโอกาสรับคำขอของเขา 24 ประการ

คืนที่ 25 อัลเลาะฮ์ (ซ.บ.) จะทรงยกโทษในกุโบรให้แก่เขา

คืนที่ 26 อัลเลาะฮ์ (ซ.บ.) จะทรงยกกุศลของเขาให้มีค่าสูงส่งเทียมเท่ากับทำอิบาดะฮ์ 40 ปี

คืนที่ 27 เขาจะผ่านสะพานซีรอต้อลมุสตากีม มีความไวเหมือนแสง

คืนที่ 28 อัลเลาะฮ์ (ซ.บ.) จะทรงยกฐานันดรให้แก่เขา 1,000 ขั้น

คืนที่ 29 อัลเลาะฮ์ (ซ.บ.)จะทรงประทานอานิสงค์แก่เขาอุปมาดั่งเขาไปทำฮัจยี 1,000 ครั้ง

คืนที่ 30 อัลเลาะฮ์ (ซ.บ.) จะกล่าวแก่เขาว่า "โอ้ข้าของเรา จงมารับประทานผลไม้ในสวรรค์นี้ และจงอาบน้ำจากแม่น้ำซัลซาบีล ซึ่งเป็นน้ำทิพย์ในสวรรค์ และจงดื่มน้ำอัลเกาซัร เราเป็นเจ้าของ เจ้าเป็นข้าของเรา เจ้าได้ปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าสมบูรณ์แล้ว"


 หะดีษที่อ้างมาข้างต้นเป็นหะดีษเมาฎูอฺ  เป็นหะดีษที่มิได้มีที่มาจากท่านรสูลุลลอฮฺเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่มีใครก็ไม่ทราบที่อุตริแต่งหะดีษขึ้นมาเองแล้วอ้างว่าท่านนบีเป็นผู้ที่พูด , กระทำ หรือยอมรับนั่นเอง

อนึ่ง ข้อพิสูจน์บางประการที่จะจับผิดหะดีษข้างต้น มีดั่งนี้

1. ผลบุญนมาซของการนมาซสุนนะฮฺได้มากกว่าผลบุญการนมาซฟัรฺฎูเสียอีก ซึ่งผลบุญนมาซฟัรฺฎูที่มัสญิดเป็นญะมาอะฮฺได้เพียง 25 หรือ 27 เท่า ส่วนนมาซตะรอวีหฺซึ่งเป็นนมาซสุนนะฮฺได้ผลอย่างมหาศาลมากมายเหลือจะคณานับ

2. ในสำนวนที่อ้างว่าเป็นหะดีษนั้น มีคำว่า "นมาซตะรอวีหฺ" ซึ่งนัยความจริงคำว่า "ตะรอวีหฺ" เป็นชื่อที่บรรดาอุละมาอฺในยุคหลังตั้งชื่อขึ้นมาเอง โดยชื่อดังกล่าวไม่เคยถูกเรียกในสมัยของท่านนบีแม้แต่น้อย เพราะในสมัยของท่านนบีจะเรียกละหมาดในค่ำคืนของเดือนเราะมะฎอนว่า "ละหมาดกิยามุเราะมะฎอน" หรือละหมาดในเดือนเราะมะฎอน ไม่ใช่เรียกว่า "ละหมาดตะรอวีหฺ" เฉกเช่นในยุคปัจจุบัน

อยากถามว่าโต๊ะครูคนนั้นรู้หรือไม่ว่าหะดิษบทนี้เป็นหะดิษเก๋ เป็นหะดิษที่ไม่มีที่มาที่ไป เป็นหะดิษที่มีการกุขึ้นมาจากผู้ใดไม่ทราบ แต่กลับนำมาเป็นหลักฐาน นี่หรือมารฐานของผู้นำศาสนา เพียงเพื่อเป็นการกระตุ้นคนให้มาละหมาด ด้วยการล่อใจผลบุญอันมหาศาล แต่กลับแลกกับการโกหกต่อท่านนบี กับชาวบ้านลูกศิษย์ผู้ตามตาดำๆเป็นร้อยๆคน ทั้งที่การโกหกต่อท่านนบีนั้นมันร้ายแรงขนาดไหน โต๊ะครูคนนั้นคงรู้อยู่เต็มอก

รายงานจากท่านมุฆีเราะฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า ฉันได้ยินท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

مَنْ كَذَبَ عَلَيَّ مُتَعَمِّدًا فَلْيَتَبَوَّأْ مَقْعَدَهُ مِنْ النَّارِ

“บุคคลใดโกหกต่อฉันอย่างตั้งใจ ดังนั้นเขาจงเตรียมที่นั่งของเขาในไฟนรก”

(บันทึกโดยมุสลิม : 34 อิบนุมาญะฮฺ : 30 อะหฺมัด : 585)

หรือว่าโต๊ะครูคนนั้นท่านไม่รู้ว่าหะดิษบทนี้เป็นหะดิษเก๋ คนที่มีความรู้ถึงขั้นเป็นถึงโต๊ะครูคงไม่พลั่งเพล้อที่จะกล่าวออกไปในสิ่งที่ตนไม่รู้ ไม่แน่ใจ ก่อนการตรวจสอบความถูกต้องให้ชัดเจนเสียก่อน มิเช่นนั้นจะเกิดผลเสียหายตามมาแก่ผู้ตาม ที่มีความเชื่อถือที่ผิดๆ เพราะคำสอนของโต๊ะครูคนนั้นอย่างแน่นอน

อยากให้ทุกคนช่วยกันเผยแพร่ ออกไปให้มากที่สุด เพื่อป้องกันความเชื่อที่ผิดๆนี้ ลุกลามไปให้น้อยที่สุดที่จะทำได้


والله أعلم بالصواب

*************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น