อัสลามมุอาลัยกุมวาเราะฮมาตุลลอฮิวาบารอกาตุ

ครับ...มนุษย์ทุกคนล้วนปรารถนาชีวิต แต่ไม่ช้าก็เร็ว เขาก็ต้องได้พบกับความตาย ถึงแม้เขาจะทำอะไรเก็บไว้มากมาย แต่เมื่อความตายมาถึงมันก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเขาไม่ทันได้เตรียมตัว มนุษย์มักมีเป้าหมายที่จะสร้างความสำเร็จและความรุ่งเรืองขึ้นบนโลก แต่ความตายก็มาทำลายภาพลวงแห่งสำเร็จที่เขาได้วาดหวังไว้ ด้วยเหตุนี้ความตายจึงสอนเขาว่าเขาไม่มีอำนาจอะไรเลยก่อนตาย

เราจะต้องเรียนรู้ความจริงจากความตาย เพราะความลับของชีวิตถูกซ่อนไว้อยู่ในนั้น ความตายแสดงให้เราเห็นว่าเราไม่ใช่นายของตัวเอง เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้เพียงชั่วคราวเท่านั้นโลกนี้มิใช่สถานที่สำหรับการทำให้ความฝันของเราเป็นจริง ความตายสอนให้เรารู้ว่าเราควรจะมีชีวิตอย่างไรมันบอกให้เรารู้ถึงหนทางไปสู่ความสำเร็จที่แท้จริงต่างหาก...!!!

วันพุธที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

โอ้พี่น้องของเรา... พวกเขาจะถือศีลอดกันอย่างไร ?








อัลฮัมดุลิ้ลลาฮฺ ขอชุโกรต่อความโปรดปราน ความเมตตาจากเอกองค์อัลลอฮฺ ตะอาลา ที่ทรงทำให้เราได้มี โอกาสพบสู่เดือนรอมฎอน เดือนแห่งความจำเริญ เดือนแห่งการตอบแทนผลบุญมากมาย เดือนแห่งการอภัยโทษ เดือนแห่งความดีงามต่าง ๆ มากมาย

และขอชุโกรต่อความโปรดปรานที่พระองค์ทรงทำให้เรานั้นได้มีโอกาสถือศีลอด ละหมาด อ่านอัลกุรอ่าน ซิกรุลลอฮฺ และอิบาดะฮฺอื่น ๆ อย่างสระดวกง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศ การหาอาหาร และที่สำคัญเหนือ อื่นใดคือ การมีอิสระในการประกอบอามัลอิบาดะฮฺอย่างเต็มที่
ดังนั้นเราต้องฉวยโอกาสตรงนี้ในการทำอามัลอิบาดะฮฺให้ได้มากที่สุดเท่าที่มีความสามารถ เพราะเดือนรอมฎอน เป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่า เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่เราจะมีโอกาสได้รับการอภัยโทษต่าง ๆ มีรายงานจาก อบูฮุร็อยเราะฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า

مَنْ صَامَ رَمَضَانَ إيمَانًا وَاحْتِسابًا غُفِرَ لَهُ ما تَقَدَّمَ مِنْ ذَنْبِهِ

"ผู้ใดที่ถือศีลอดในเดือนรอมฎอนด้วยความศรัทธามั่นและหวังในผลบุญ เขาผู้นั้นจะได้รับการอภัย โทษบาปที่ผ่านมา "

(บันทึกโดยบุคอรียฺ : 38 มุสลิม : 760)

และมีรายงานอบีฮุรอยเราะฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอัยฮุ อันที่จริงท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า

مَنْ قَامَ رَمَضَانَ إيْمَانًا وَاحْتِسَابًا غُفِرَ لَهُ مَا تَقَدَّمَ مِنْ ذَنْبِهِ

"ผู้ใดยืน (ละหมาดยามค่ำคืน) ในเดือนรอมฎอน ด้วยความศรัทธาและหวังในผลบุญ บาปของเขา ที่ผ่านมาจะถูกอภัยโทษให้"

(บันทึกโดยบุคอรี : 37 มุสลิม : 759)

ในขณะที่เรามีโอกาสได้ถือศีลอดกันอย่างเต็มที่ ในทางตรงกันข้ามก็มีพี่น้องมุสลิมของเราอีกมากมายทั่วทุก มุมโลกต่างต้องพบเจอกับความยาก ลำบากในเดือนรอมฎอน (ฮ.ศ. 1433) เช่น พี่น้องมุสลิมในประเทศซีเรีย โซมาเลีย ปาเลสไตน์ ชาวโรฮิงยาในพม่า เป็นต้น ดังนั้นเราคงต้องตั้งคำ ถามว่า พี่น้องมุสลิมในซีเรีย โซมาเลีย ปาเลสไตน์ พม่า จะถือศีลอดกันอย่างไร ?

- ในขณะที่เรารับประทานอาหารซะโฮรอย่างอิ่มหนำสำราญ แล้วพี่น้องเหล่านี้ละ ? จะเอาสิ่งใดมาเป็นอาหาร เพราะสถานที่ต่าง ๆ ถูกถล่มอย่างย่อยยับหรือมีความยากจน

- ในขณะที่เราถือศีลอด เราต้องระวังแสงแดดอันเนื่องจากความร้อน แล้วพี่น้องเหล่านี้ละ ? ในขณะที่เขาถือ ศีลอดพวกเขาต้องละวัง กระสุนปืน ระเบิด การลอบสังหาร ต่าง ๆ นานา

- ในขณะที่เราละศีลอดด้วยอาหารมากมาย หลากหลาย แล้วพี่น้องเหล่านี้ละ จะมีอาหารไหม ?  หรือว่าพวกเขาละ ศีลอดไประวังระเบิด ลูกปืนไป

- ในขณะที่เราละหมาดตะรอเวี๊ยะหฺในมัสญิดอย่างสงบ แล้วพี่น้องเหล่านี้ละ ?จะมีมัสญิดให้ละหมาดไหม ละหมาดแล้วจะโดนสังหารหมู่หรือไม่
คำถามต่าง ๆ เหล่านี้ เราคงต้องมองย้อนกลับมาที่ตัวเราว่า ขณะที่เราอย่สบายนั้น เรานิกถึงพี่น้องของเรา ที่ลำบาก แสนสาหัส โดนไล่ฆ่า โดนลอบทำร้ายหรือไม่ เรานึกถึงสิ่งอัลลอฮฺ และร่อซูล ได้บอกไว้หรือไม่

إِنَّمَا الْمُؤْمِنُونَ إِخْوَةٌ

“แท้จริงบรรดาผู้ศรัทธานั้นเป็นพี่น้องกัน...”

(อัลฮุญุรอต :  10)

และท่านรอซูลุลลอฮฺ กล่าวว่า

المُسْلِمُ أَخُوْ المُسْلِمِ

“...มุสลิมคือพี่น้องของมุสลิม...”

(บันทึกโดยมุสลิม : 2564)

มุสลิมหลายคนไม่สนใจกับหลักการศาสนา ไม่ถือศีลอด ไม่ละหมาดฟัรฎูหรือซุนนะฮฺ ปฏิบัติตัวในเดือนรอมฎอน ก็เหมือนกับเดือนอื่น ๆ ทั้งที่ตนเองนั้นอยู่ในสถานที่ที่สามารถทำอิบาดะฮฺต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องโดน ไล่ฆ่า ไล่ทำร้าย หรือกีดกันใด ๆ ทั้งสิ้น
แต่พี่น้องมุสลิมของเราหลายสถานที่ พวกเขาอยากมีชีวิตเหมือนเรา อยากถือศีลอดอย่างเต็มที่ อยากมีเวลาอ่าน อัลกุรอ่าน ซิกรุ้ลลอฮฺ ละหมาด ซุนนะฮฺต่าง ๆ ในเดือนนี้ แต่พวกเขาไม่มีโอกาส โอกาสของพวกเขาคือการรักษา ชีวิตให้พ้นไปในแต่ละวัน พวกเขาจะถือศีลอดครบหรือเปล่า ? จะมีชีวิตอยู่ถึงวันอีดหรือเปล่า ?

ฉะนั้นเราต้องใช้โอกาสในช่วงเดือนรอมฎอนนี้ ในช่วงถือศีลอดนี้ ขอดุอาอฺให้กับพี่น้องมุสลิมทั่วโลกที่โดน อธรรมให้ได้รับชัยขชนะ เพราะดุอาอฺ ของผู้ถือศีลอดนั้นเป็นดุอาอฺที่ถูกตอบรับ ดังมีรายงานจากอับดุลลอฮฺ อิบนิ อัมรฺ อิบนิ อาศ เล่าว่า ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า
إِنَّ لِلصَّائِمِ عِنْدَ فِطْرِهِ لَدَعْوَةً مَا تُرَدُّ

“แท้จริงสำหรับผู้ถือศีลอดขณะละศีลอดของเขานั้น การวิงวอนขอดุอาอฺจะไม่ถูกปฏิเสธ”

(บันทึกโดยอิบนุมาญะฮฺ : 1753 อัลญามิอฺอัศเศาะฆีรฺซุญูตียฺ : 2385)

ท่านนบี ได้กล่าวไว้ว่า

ثَلَاثَةٌ لَا تُرَدُّ دَعْوَتُهُمْ الْإِمَامُ الْعَادِلُ وَالصَّائِمُ حَتَّى يُفْطِرَ وَدَعْوَةُ الْمَظْلُومِ

“สามคนด้วยกัน ที่การขอดุอาอฺของพวกเขาจะไม่ถูกปฏิเสธ อิหม่ามที่ยุติธรรม คนถือศีลอดจนกว่า จะละศีลอด และการขอดุอาอฺของ คนที่ถูกข่มเหง”

(บันทึกโดยอะหฺมัด :7983)

ส่วนบุคคลที่ยังละเลย ต่อหลักการ ไม่สนใจว่าเดือนรอมฎอนควรจะประพฤติตนแบบไหน ก็ควรจะสังวรเอาไว้ให ้มาก ๆ ที่อัลลอฮฺ ทรงให้เราได้อยู่ ในสถานที่ที่สบาย มีอาหารการกินครบถ้วนสมบูรณ์ สมควรที่จะคิดให้มาก ๆ เพราะถ้าเป็นเราเจอสถานการณ์อย่างพี่น้องในซีเรียละ ในปาเลสไตน์ ละ ในพม่าละ เราจะรู้สึกยังไง หรือว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เราจะยังคงเฉยชาตราบใดที่เรื่องราวข้างต้นไม่ได้เกิดกับเรา เราจะเริ่มมีความรู้สึกก็ต่อเมื่อ เราได้เจอเหมือนพวกเขา

สุดท้ายนี่ของทิ้งท้ายด้วยกับคำถามของพี่น้องชาวโซมาเลียถึงอุละมาอฺในซาอุดิอาระเบีย ซึ่งอิหม่ามที่ประเทศ ซาอุีดิอาระเบีย ถึงกับน้ำตาไหลออกมาเมื่อได้รับคำถามจากพี่น้องโซมาเลียว่า



" การถือศีลอดของฉันจะใช้ได้มั้ย ? หากเราไม่มีอาหารสำหรับกินสุฮูรหรืออาหารละศีลอด”

...............

โดย วะร่อซะตุซซุนนะฮฺ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น