อัสลามมุอาลัยกุมวาเราะฮมาตุลลอฮิวาบารอกาตุ

ครับ...มนุษย์ทุกคนล้วนปรารถนาชีวิต แต่ไม่ช้าก็เร็ว เขาก็ต้องได้พบกับความตาย ถึงแม้เขาจะทำอะไรเก็บไว้มากมาย แต่เมื่อความตายมาถึงมันก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเขาไม่ทันได้เตรียมตัว มนุษย์มักมีเป้าหมายที่จะสร้างความสำเร็จและความรุ่งเรืองขึ้นบนโลก แต่ความตายก็มาทำลายภาพลวงแห่งสำเร็จที่เขาได้วาดหวังไว้ ด้วยเหตุนี้ความตายจึงสอนเขาว่าเขาไม่มีอำนาจอะไรเลยก่อนตาย

เราจะต้องเรียนรู้ความจริงจากความตาย เพราะความลับของชีวิตถูกซ่อนไว้อยู่ในนั้น ความตายแสดงให้เราเห็นว่าเราไม่ใช่นายของตัวเอง เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้เพียงชั่วคราวเท่านั้นโลกนี้มิใช่สถานที่สำหรับการทำให้ความฝันของเราเป็นจริง ความตายสอนให้เรารู้ว่าเราควรจะมีชีวิตอย่างไรมันบอกให้เรารู้ถึงหนทางไปสู่ความสำเร็จที่แท้จริงต่างหาก...!!!

วันอังคารที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2556

เสียงที่อิสลามห้าม



ศาสนาไม่ได้ห้ามร้องไห้ แต่เสียง 2 เสียงที่ศาสนาห้าม คือ เสียงที่ขณะรื่นเริงสนุกสนาน และเสียงขณะที่ได้รับความทุกข์โศกโดยตีหน้าทรมานร่างกายและฉีกทิ้งเสื้อผ้า

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จูงมืออับดุรฺเราะหฺมาน บินเอาฟ์ ไปดูอาการอิบรอฮีมบุตรชายของท่านนบีที่ป่วยด้วยกัน ขณะนั้นเด็กน้อยกำลังใกล้จะสิ้นลม ท่านนบีได้อุ้มบุตรชายขึ้นมาแนบอก และกอดอยู่จนกระทั้งสิ้นลม ท่านวางเขาลงแล้วท่านก็ร้องไห้ อับดุรเราะฮฺมาน ถามด้วยความแปลกใจว่า : ท่านก็ร้องไห้ด้วยหรือ? โอ้ท่านรสูล ทั้งที่ท่านสั่งห้ามไม่ให้ร้องไห้? ท่านตอบว่า : ฉันไม่ได้ห้ามให้ร้องไห้ แต่ฉันห้ามเสียง 2 เสียงที่ไร้สติและชั่วช้า นั้นคือเสียงขณะสนุกสนานรื่นเริงคือเสียงลมของชัยฏอน กับเสียงขณะที่ได้รับความทุกข์โศกโดยตีหน้าและฉีกทิ้งเสื้อผ้า แต่(ที่ฉันร้องไห้) นี้เป็นความเวทนาสงสาร ใครที่ไม่มีความเมตตาสงสารเขาก็ไม่ได้รับความเมตตา" (บันทึกหะดิษโดยหากิม ฐานะหะดิษ ฮะซัน)




والله أعلم بالصواب

........................

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น