อัสลามมุอาลัยกุมวาเราะฮมาตุลลอฮิวาบารอกาตุ

ครับ...มนุษย์ทุกคนล้วนปรารถนาชีวิต แต่ไม่ช้าก็เร็ว เขาก็ต้องได้พบกับความตาย ถึงแม้เขาจะทำอะไรเก็บไว้มากมาย แต่เมื่อความตายมาถึงมันก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเขาไม่ทันได้เตรียมตัว มนุษย์มักมีเป้าหมายที่จะสร้างความสำเร็จและความรุ่งเรืองขึ้นบนโลก แต่ความตายก็มาทำลายภาพลวงแห่งสำเร็จที่เขาได้วาดหวังไว้ ด้วยเหตุนี้ความตายจึงสอนเขาว่าเขาไม่มีอำนาจอะไรเลยก่อนตาย

เราจะต้องเรียนรู้ความจริงจากความตาย เพราะความลับของชีวิตถูกซ่อนไว้อยู่ในนั้น ความตายแสดงให้เราเห็นว่าเราไม่ใช่นายของตัวเอง เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้เพียงชั่วคราวเท่านั้นโลกนี้มิใช่สถานที่สำหรับการทำให้ความฝันของเราเป็นจริง ความตายสอนให้เรารู้ว่าเราควรจะมีชีวิตอย่างไรมันบอกให้เรารู้ถึงหนทางไปสู่ความสำเร็จที่แท้จริงต่างหาก...!!!

วันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เมื่อรู้สึกมีปัสสาวะออกมาขณะละหมาด



                              การที่เรารู้สึกว่ามีปัสสาวะออกมานั้นไม่เสียน้ำละหมาด และไม่อนุญาตให้เขาออกจากการละหมาดที่เป็นวายิบ ( จำเป็นต้องทำต่อ ) เพียงแค่สงสัยเท่านั้น
เพราะได้มียืนยันจากท่านนบีมูฮัมมัด (ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม) ว่าเขาได้ถูกถามจากชายคนหนึ่งพบว่ามีสิ่งหนึ่งในละหมาด  ท่านนบี ( ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ) กล่าวว่า อย่าพึ่งออกจาก
ละหมาดจนกว่าเขาจะได้ยินเสียงหรือพบว่ามีกลิ่นออกมา และส่วนเมื่อเขาแน่ใจว่ามีปัสสาวะออกมายังภายนอกอวัยวะเพศ  แน่นอนเขาได้เสียน้ำละหมาดแล้วจำเป็น


وَعَنْ عَبَّادِ بْنِ تَمِيمٍ، عَنْ عَمِّهِ، أَنَّهُ شَكَا إِلَى رَسُولِ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم الرَّجُلُ الَّذِي يُخَيَّلُ إِلَيْهِ أَنَّهُ يَجِدُ الشَّىْءَ فِي الصَّلاَةِ‏.‏ فَقَالَ ‏"‏ لاَ يَنْفَتِلْ ـ أَوْ لاَ يَنْصَرِفْ ـ حَتَّى يَسْمَعَ صَوْتًا أَوْ يَجِدَ رِيحًا ‏"‏‏ 


          อับบาด บินตะมีม รายงานจากลุงของเขา (อับดุลลอฮ์ บินเซด) ว่า เขาถามท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม เกี่ยวชายผู้หนึ่งที่สันนิฐานว่าตัวเขาเองประสบกับภาวะเสียน้ำละหมาด (ผายลม) ในขณะที่เขากำลังละหมาดอยู่ ท่านตอบว่า   “ไม่ต้องเลิกละหมาด หรือ ไม่ต้องออกจากละหมาด จนกว่าจะได้ยินเสียง (ผายลม) หรือได้กลิ่น”
(เศาะเฮียะฮฺบุคอรีย์ ฮะดีษเลขที่ 137)

เขาต้องทำการล้างให้เกลี้ยง นอกจากเขาเป็นโรคปัสสาวะเล็ดประจำฉะนั้นการละหมาดของเขาไม่เสียเมื่อเขาทำการอาบน้ำละหมาดทุกๆเวลา
..................................
โดย...ท่าน เชคอะฏียะห์ ซ๊อกร์ จากหนังสือไคโรสาร ฉบับที่ 36 ปีที่ 27 ประจำปี 2539

1 ความคิดเห็น:

  1. เเล้วถ้าไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคมั้ยอะคะ เเล้วคือละหมาดไป2-3รอบเลย เเบบนี้จะบาปมั้ย ช่วยตอบให้ตรงประเด็นนะคะ สมมุติว่ายังไม่ไปตรวจด้วยสถานการณ์เเบบนี้ด่วย จะต้องทำยังไง? คือมันเป็นบ่อยมากเลย เเบบนี้เราจะตัดสินเลยมั้ย ว่าเป็ยเราโรค ในสมัยของท่านนบี ไม่มีโรงบาล เเล้วเขารู้ได้ไงคะ ว่าเป็นโรคคะ?

    ตอบลบ