อัสลามมุอาลัยกุมวาเราะฮมาตุลลอฮิวาบารอกาตุ

ครับ...มนุษย์ทุกคนล้วนปรารถนาชีวิต แต่ไม่ช้าก็เร็ว เขาก็ต้องได้พบกับความตาย ถึงแม้เขาจะทำอะไรเก็บไว้มากมาย แต่เมื่อความตายมาถึงมันก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเขาไม่ทันได้เตรียมตัว มนุษย์มักมีเป้าหมายที่จะสร้างความสำเร็จและความรุ่งเรืองขึ้นบนโลก แต่ความตายก็มาทำลายภาพลวงแห่งสำเร็จที่เขาได้วาดหวังไว้ ด้วยเหตุนี้ความตายจึงสอนเขาว่าเขาไม่มีอำนาจอะไรเลยก่อนตาย

เราจะต้องเรียนรู้ความจริงจากความตาย เพราะความลับของชีวิตถูกซ่อนไว้อยู่ในนั้น ความตายแสดงให้เราเห็นว่าเราไม่ใช่นายของตัวเอง เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้เพียงชั่วคราวเท่านั้นโลกนี้มิใช่สถานที่สำหรับการทำให้ความฝันของเราเป็นจริง ความตายสอนให้เรารู้ว่าเราควรจะมีชีวิตอย่างไรมันบอกให้เรารู้ถึงหนทางไปสู่ความสำเร็จที่แท้จริงต่างหาก...!!!

วันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ผู้บริจาคที่แท้จริง



ท่านมุฮัมมัด อิบนุ อิสหาก ได้กล่าวว่า

:ผู้คนในนครมะดีนะฮฺนั้น

 มีอาหารกินประทังชีวิต

โดยที่พวกเขาไม่ทราบว่า

 ผู้ใดนำเอาอาหารมามอบให้แก่พวกเขา

ครั้นเมื่อท่านซัยนุ้ลอาบีดีน อิบนุ อัลหุสัยน์(ฮ.ศ.38-92) ได้เสียชีวิต

 พวกเขาก็ขาดอาหารที่เคยมีผู้นำมาให้กินประทังชีวิต

 ชาวนครมะดีนะฮฺจึงรู้ว่าท่านซัยนุ้ลอาบีดีน นั้นเอง

ที่นำเอาอาหารมามอบให้แก่พวกเขาในเวลากลางคืน

 โดยเมื่อท่านเสียชีวิตลง

ชาวมะดีนะฮฺก็พบว่าที่ส่วนหลังและหัวไหล่ของท่าน

มีร่องรอยของการแบกถุงใส่อาหาร

เพื่อนำไปมอบแก่บ้านที่มีหญิงหม้ายและเด็กกำพร้า"
(จากหนังสือ "ตัรฺบียะตุ้ลเอาลาด 1/338)

*** ท่านซัยนุ้ลอาบีดีน อิบนุ อัลหุสัย ท่านเป็นหลานของท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ท่านมีความสุขุมคัมภีรภาพ รักการเรียนรู้ และมักบริจาคทานแบบลับๆ อย่างไม่เปิดเผย ทุกครั้งที่ท่านอาบน้ำละหมาด ใบหน้าของท่านจะซีดเป็นสีเหลือง และเมื่อสู่การละหมาดร่างของท่านจะสั่นเมิ้มเนื่องจากการเกรงกลัวพระองค์อัลลอฮฺ ศุบฮานะฮูวะตะอาลา***


......................................

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น