อัสลามมุอาลัยกุมวาเราะฮมาตุลลอฮิวาบารอกาตุ

ครับ...มนุษย์ทุกคนล้วนปรารถนาชีวิต แต่ไม่ช้าก็เร็ว เขาก็ต้องได้พบกับความตาย ถึงแม้เขาจะทำอะไรเก็บไว้มากมาย แต่เมื่อความตายมาถึงมันก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเขาไม่ทันได้เตรียมตัว มนุษย์มักมีเป้าหมายที่จะสร้างความสำเร็จและความรุ่งเรืองขึ้นบนโลก แต่ความตายก็มาทำลายภาพลวงแห่งสำเร็จที่เขาได้วาดหวังไว้ ด้วยเหตุนี้ความตายจึงสอนเขาว่าเขาไม่มีอำนาจอะไรเลยก่อนตาย

เราจะต้องเรียนรู้ความจริงจากความตาย เพราะความลับของชีวิตถูกซ่อนไว้อยู่ในนั้น ความตายแสดงให้เราเห็นว่าเราไม่ใช่นายของตัวเอง เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้เพียงชั่วคราวเท่านั้นโลกนี้มิใช่สถานที่สำหรับการทำให้ความฝันของเราเป็นจริง ความตายสอนให้เรารู้ว่าเราควรจะมีชีวิตอย่างไรมันบอกให้เรารู้ถึงหนทางไปสู่ความสำเร็จที่แท้จริงต่างหาก...!!!

วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2556

เสียงเพลงและดนตรีที่สั่งห้ามในมัซฮับมาลิกีย์




รายงานจากท่านอิบนุลเญาซี ว่า อิสหากฺ บินอีซา ได้ถามท่านอิมามมาลิก บิน อะนัส(ฮ.ศ.93-179) ประธานสภาอุละมาอ์แห่งมะดีนะฮฺ เกี่ยวกับทํสนะของเมืองมะดีนะฮฺในเรื่องการร้องเพลง(ฆินาอ์)ท่านตอบว่า
ที่จริงแล้ว มันเป็นการกระทำของคนบาป

ท่านอบุฏฏีบ อัฏเฏาะบะรี กล่าวว่า
สำหรับท่านมาลิก บินอะนัสนั้น ท่านห้ามทั้งการร้องและฟังเพลงเลยทีเดียว

และท่าน อบุฏฏีบ อัฏเฏาะบะรีได้อ้างต่อไปว่าอิมามมาลิก กล่าวว่า
ถ้าใครซื้อทาสหญิงมาและพบว่านางเป็นนักร้องเพลง เขาก็สามารถส่งนางคืนกลับไปยังนายคนเดิมและเรียกค่าตัวคืนได้เนื่องจากพบว่าสินค้านั้นเสียหาย

ท่านอัลกุรฏุบีบอกว่า
ที่ทำกันอยู่ในสมัยของเรานี้จากการอุตริบิดอะฮฺของชาวซูฟีย์ที่พวกเขาฟังเพลงประกอบเครื่องดนตรีกันจนติดนิสัยนั้น เป็นที่ต้องห้าม-หะรอม ทั้งสิ้น


والله أعلم بالصواب

✿ ▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬ ✿

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น