อัสลามมุอาลัยกุมวาเราะฮมาตุลลอฮิวาบารอกาตุ

ครับ...มนุษย์ทุกคนล้วนปรารถนาชีวิต แต่ไม่ช้าก็เร็ว เขาก็ต้องได้พบกับความตาย ถึงแม้เขาจะทำอะไรเก็บไว้มากมาย แต่เมื่อความตายมาถึงมันก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเขาไม่ทันได้เตรียมตัว มนุษย์มักมีเป้าหมายที่จะสร้างความสำเร็จและความรุ่งเรืองขึ้นบนโลก แต่ความตายก็มาทำลายภาพลวงแห่งสำเร็จที่เขาได้วาดหวังไว้ ด้วยเหตุนี้ความตายจึงสอนเขาว่าเขาไม่มีอำนาจอะไรเลยก่อนตาย

เราจะต้องเรียนรู้ความจริงจากความตาย เพราะความลับของชีวิตถูกซ่อนไว้อยู่ในนั้น ความตายแสดงให้เราเห็นว่าเราไม่ใช่นายของตัวเอง เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้เพียงชั่วคราวเท่านั้นโลกนี้มิใช่สถานที่สำหรับการทำให้ความฝันของเราเป็นจริง ความตายสอนให้เรารู้ว่าเราควรจะมีชีวิตอย่างไรมันบอกให้เรารู้ถึงหนทางไปสู่ความสำเร็จที่แท้จริงต่างหาก...!!!

วันจันทร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2556

ศอหาบะฮฺของท่านรสูล




บรรดานักวิชาการส่วนใหญ่ โดยเฉพาะนักวิชาการด้านหะดิษ(มุฮัดดิซีน) ให้คำจำกัดความว่า
ศอหาบะฮฺ หมายถึง
 "มุสลิมที่อยู่ร่วมสมัยกับท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม ได้พบกับท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม(ทั้งได้พบและได้เห็น หรือได้พบแต่ไม่ได้เห็นอันเนื่องจากผู้นั้นตาบอด เช่น ท่านอับดุลลอฮฺ อิบนิ มักตูม) พร้อมทั้งได้เสียชีวิตในสภาพที่ศรัทธามั่น"

ดังนั้นบุคคลที่อยู่สมัยท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม แต่ไม่ได้ศรัทธา ไม่ถูกนับว่าเป็นศอหาบะฮฺ เช่น อะบูละฮับ อะบูญะฮัล และหมู่คณะของเขา แม้ว่าจะได้เห็น ได้ยิน ได้สัมผัสท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม ก็ตาม

และถึงแม้ว่าบางท่านจะเป็นมุสลิมได้อยู่ร่วมสมัยท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม ก็ตาม แต่ถ้าเขาไม่มีโอกาสได้พบ หรือได้เห็นท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม ก้ไม่ถูกนับว่าเป็นศอหาบะฮฺ เช่นท่าน อัลกอมะฮ์ บินกอยซ์ ซึ่งท่านผู้นี้นับเป็น ตาบีอีน เท่านั้น

สำหรับพวกมุนาฟีกีน หรือพวกหน้าไหว้หลังหลอก อยู่ต่อหน้าบอกว่าศรัทธาแล้ว แต่พอลับหลังกลับปฏิเสธศรัทธา บุคคลเหล่านี้ ไม่นับอยู่ในบรรดาศอหาบะฮฺ แต่พวกรอฟีเฎาะฮฺชีอะฮฺอิมามสิบสอง ที่ป้วนเปี้ยนอยู่ในบ้านเราขณะนี้ กลับกล่าวหาบรรดาศหาบะฮฺ ของท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม ต่างๆ นานา โดยยิบยกอัลกุรอานที่กล่าวถึงความเลวทรามของพวกมุนาฟีกีนมาอ้างอิง และกล่าวหาว่า มุนาฟีกีนก็คือบรรดาศอหาบะฮฺ ของท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัมนั้นเอง มันช่างเป็นการสับปลับเสียสิ้นดี เพราะมันชัดเจนอยู่แล้ว ว่าพวกมุนาฟีกีนนั้นไม่ใช่บรรดาศอหาบะฮ์ อย่างรอฟีเฎาะกล่าวอ้างแต่อย่างใด

อัลกุรอานที่กล่าวถึงความประเสร็ฐของบรรดาศอหาบะฮิได้แก่

مُّحَمَّدٌ رَّسُولُ اللَّهِ وَالَّذِينَ مَعَهُ أَشِدَّاءُ عَلَى الْكُفَّارِ رُحَمَاءُ بَيْنَهُمْ تَرَاهُمْ رُكَّعًا سُجَّدًا يَبْتَغُونَ فَضْلًا مِّنَ اللَّهِ وَرِضْوَانًا سِيمَاهُمْ فِي وُجُوهِهِم مِّنْ أَثَرِ السُّجُودِ ذَٰلِكَ مَثَلُهُمْ فِي التَّوْرَاةِ وَمَثَلُهُمْ فِي الْإِنجِيلِ كَزَرْعٍ أَخْرَجَ شَطْأَهُ فَآزَرَهُ فَاسْتَغْلَظَ فَاسْتَوَىٰ عَلَىٰ سُوقِهِ يُعْجِبُ الزُّرَّاعَ لِيَغِيظَ بِهِمُ الْكُفَّارَ وَعَدَ اللَّهُ الَّذِينَ آمَنُوا وَعَمِلُوا الصَّالِحَاتِ مِنْهُم مَّغْفِرَةً وَأَجْرًا عَظِيمًا ( 29 ) 

"มุฮัมมัดเป็นร่อซูลของอัลลอฮฺ และบรรดาผู้ที่อยู่ร่วมกับเขา เป็นผู้เข้มแข็งกล้าหาญต่อพวกปฏิเสธศรัทธา เป็นผู้เมตตาสงสารระหว่างพวกเขาเอง เจ้าจะเห็นพวกเขาเป็นผู้รูกั๊วะ ผู้สุญูด โดยแสวงหาคุณความดีจากอัลลอฮฺและความโปรดปราน (ของพระองค์) เครื่องหมายของพวกเขาอยู่บนใบหน้าของพวกเขาเนื่องจากร่องรอยแห่งการสุญูด นั่นคืออุปมาของพวกเขาที่มีอยู่ในอัตเตารอต และอุปมาของพวกเขาที่มีอยู่ในอัลอินญีล ประหนึ่งเมล็ดพืชที่งอกหน่อหรือกิ่งก้านของมันออกมาแล้วทำให้มันงอกงาม แล้วมันก็เติบโตแข็งแรงและทรงตัวอยู่ได้บนลำต้นของมัน นำความปลื้มปิติมาให้แก่ผู้หว่าน เพื่อที่พระองค์จะก่อความโกรธแค้นแก่พวกปฏิเสธศรัทธา เพราะพวกเขา (มุสลิมีน) และอัลลอฮฺทรงสัญญาบรรดาผู้ศรัทธาและกระทำความดีทั้งหลายในหมู่พวกเขาว่าจะได้รับการอภัยโทษและรางวัลอันใหญ่หลวง"


(อัลกุรอาน สูเราะฮฺอัลฟัตฮ์ 48 :29 )

وَالسَّابِقُونَ الْأَوَّلُونَ مِنَ الْمُهَاجِرِينَ وَالْأَنصَارِ وَالَّذِينَ اتَّبَعُوهُم بِإِحْسَانٍ رَّضِيَ اللَّهُ عَنْهُمْ وَرَضُوا عَنْهُ وَأَعَدَّ لَهُمْ جَنَّاتٍ تَجْرِي تَحْتَهَا الْأَنْهَارُ خَالِدِينَ فِيهَا أَبَدًا ذَٰلِكَ الْفَوْزُ الْعَظِيمُ ( 100 ) 

"บรรดาบรรพชนรุ่นแรกในหมู่ผู้อพยพ(ชาวมุฮาญิรีนจากมักกะฮ์) และในหมู่ผู้ให้ความช่วยเหลือ(ชาวอันศัอรจากมะดีนะฮ์) และบรรดาผู้ดำเนินตามพวกเขาด้วยการทำดีนั้น อัลลอฮ์ทรงพอพระทัยในพวกเขา และพวกเขาก็พอใจในพระองค์ด้วย และพระองค์ทรงเตรียมไว้ให้พวกเขาแล้ว ซึ่งบรรดาสวนสวรรค์ที่มีแม่น้ำหลายสายไหลผ่านอยู่เบื้องล่างพวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาลนั่นคือชัยชนะอันใหญ่หลวง"

(อัลกุรอาน สูเราะฮฺอัตเตาบะฮฺ 9:100 )


وَالَّذِينَ آمَنُوا وَهَاجَرُوا وَجَاهَدُوا فِي سَبِيلِ اللَّهِ وَالَّذِينَ آوَوا وَّنَصَرُوا أُولَٰئِكَ هُمُ الْمُؤْمِنُونَ حَقًّا لَّهُم مَّغْفِرَةٌ وَرِزْقٌ كَرِيمٌ ( 74 ) 

“และบรรดาผู้ที่ศรัทธา และอพยพ และต่อสู้ในทางของอัลลอฮฺ และบรรดาผู้ที่ให้ที่พักอาศัย และช่วยเหลือนั้น ชนเหล่านี้แหละพวกเขาคือผู้ศรัทธาโดยแท้จริง ซึ่งพวกเขาจะได้รับการอภัยโทษ และเครื่องยังชีพอันมากมาย ”


(อัลกุรอาน สูเราะฮฺอัลอัมฟาล 8:74)

والله أعلم بالصواب
✿ ▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬ ✿


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น