อัสลามมุอาลัยกุมวาเราะฮมาตุลลอฮิวาบารอกาตุ

ครับ...มนุษย์ทุกคนล้วนปรารถนาชีวิต แต่ไม่ช้าก็เร็ว เขาก็ต้องได้พบกับความตาย ถึงแม้เขาจะทำอะไรเก็บไว้มากมาย แต่เมื่อความตายมาถึงมันก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเขาไม่ทันได้เตรียมตัว มนุษย์มักมีเป้าหมายที่จะสร้างความสำเร็จและความรุ่งเรืองขึ้นบนโลก แต่ความตายก็มาทำลายภาพลวงแห่งสำเร็จที่เขาได้วาดหวังไว้ ด้วยเหตุนี้ความตายจึงสอนเขาว่าเขาไม่มีอำนาจอะไรเลยก่อนตาย

เราจะต้องเรียนรู้ความจริงจากความตาย เพราะความลับของชีวิตถูกซ่อนไว้อยู่ในนั้น ความตายแสดงให้เราเห็นว่าเราไม่ใช่นายของตัวเอง เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้เพียงชั่วคราวเท่านั้นโลกนี้มิใช่สถานที่สำหรับการทำให้ความฝันของเราเป็นจริง ความตายสอนให้เรารู้ว่าเราควรจะมีชีวิตอย่างไรมันบอกให้เรารู้ถึงหนทางไปสู่ความสำเร็จที่แท้จริงต่างหาก...!!!

วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2556

เนื้อแท้ของทรัพย์สิน




เมื่อมนุษย์คนใดได้ทรัพย์ชิ้นใดมาแล้ว ก็กล่าวว่า นั้นมันทรัพย์ของฉัน ทั้งที่มันเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ เขาได้หวงแหนมัน ลุ่มหลงกับทรัพย์อันนั้น จนลืมพระเจ้าของเขาที่ได้ประทานริสกีทรัพย์นั้นมาแก่เขา
อันแท้จริงทรัพย์สินเหล่านั้น หากเรานำมารับประทาน มันก็ถูกย่อยสลายเผ่าพล่านกลายเป็นพลังงานเสริมสร้างร่างกายของเรา และขับถ่ายของเสียในสิ่งที่ร่างกายไม่ต้องการออกไป หากทรัพย์สิ้นนั้นเราสวมใส่ มาขับขี่ หรือนำมาใช้งานตามปกติของทรัพย์ชิ้นนั้น ไม่นานมันก็ขาดวิ่น สึกหรอ และสูญสลายไปในที่สุด อย่างเราซื้อรถมาใช้งานไม่นานมันก็กลายเป็นรถคันเก่า มีการสึกหรอ ถึงแม้จะตวรจซ่อม ก็ไม่กลับคืนดีเหมือนตอนได้รถคันนั้นมาใหม่ๆ เสื้อผ้าเมื่อสวมใส่นานๆ มันก็เริ่มเก่าขาดวิ่น เสื้อตัวนั้นก็อยู่กับเราไม่นาน ก็ต้องซื้อตัวใหม่ แต่ถ้าหากเรานำมันไปบริจาคทาน ความดีจากผลที่เรานำทรัพย์ชิ้นนั้นไปบริจาค พระองค์อัลลอฮฺก็จะเก็บรักษา เพื่อตอบแทนเราในวันอาคีเราะฮฺ

ส่วนนอกเหนือจากนี้ เป็นสิ่งว่างเปล่าและเลื่อนลอย เมื่อตายไปทรัพย์อันนี้ก็ไม่ได้ติดตามเราไป นอกจากทิ้งเป็นทรัพย์มรดกแก่ทายาทของเขาสืบต่อกันไป อย่างที่ดิน เราบอกว่านั้นเป็นของเรา แต่เมื่อเราตายไปเราก็ไม่สามารถนำที่ดินนั้นติดตัวไปได้ กลับได้คนอื่นที่ยังมีชีวิตอยู่ และคนที่ได้ครอบครองต่อมาเมื่อเขาตาย เขาไม่สามารถแบกหามที่ดินนั้นไปกับเขาได้เช่นเดียวกัน นอกจากคนที่ยังมีชีวิตสืบทอดที่ดินนั้นๆ ต่อไป

ท่านบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม ได้กล่าวไว้ถึงเนื้อแท้ของทรัพย์สิน ดังหะดิษต่อไปนี้

 รายงานจากท่านอบู อุรอยเราะฮฺ เล่าว่าท่านรสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม กล่าวว่า
มนุษย์จะกล่าวว่า ทรัพย์ของฉัน ทรัพย์ของฉัน อันที่จริงที่จะเป็นทรัพย์ของเขาจริงๆ นั้นมี 3 วิธี ด้วยกัน คือ ได้รับประทานมันแล้วสูญสิ้นไปแล้ว ได้สวมใส่มันแล้วขาดวิ่นไป และได้ให้(บริจาค) มันแล้ว ถูกเก็บรักษาไว้ (เพื่ออาคิเราะฮฺ) ไปแล้ว ส่วนที่อื่นจากวิธีนี้ ถือเป็นสิ่งที่เลื่อนลอย อีกทั้งเป็นสิ่งที่ทิ้งไว้เพื่อมนุษย์คนอื่น (บันทึกหะดิษโดยมุสลิม หะดิษเลขที่ 2490)

จากหะดิษ ชัดเจนแล้วว่า ทรัพย์สินที่จะถือว่าเป็นของเขาผู้นั้น เพียง 3 กรณีเท่านั้น คือ

1.เมื่อนำทรัพย์นั้นมารับประทาน

2.เมื่อนำทรัพย์สิ้นนั้นมาใช้จนชำรุด

3.เมื่อนำทรัพย์นั้นมาบริจาค

นอกจาก 3 กรณีดังกล่าว ทรัพย์สินเหล่านั้นหาเป็นทรัพย์สินของเขาจริงๆไม่ เมื่อเขาได้ตายไป เขาก็ไม่สามรถนำทรัพย์สินเหล่านั้นไปพร้อมกับตัวเขาได้เลย

ดังนั้นการลุ่มหลงกับทรัพย์สินบนโลกดุนยานี้ เป็นสิ่งที่เลือนลอย นอกจากเรานำมันไปใช้ประโยชน์ในหนทางที่ถูกต้อง และให้เรานึกเสมอว่าทรัพย์สินนั้นไม่ใช่ของเรา แต่มันเป็นกรรมสิทธิ์ของของอัลลอฮฺ ที่จะกลับคืนไปสู่พระองค์  จะทำให้เรามีความสุขทั้งโลกนี้และโลกหน้า


والله أعلم بالصواب

✿ ▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬ ✿


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น