อัสลามมุอาลัยกุมวาเราะฮมาตุลลอฮิวาบารอกาตุ

ครับ...มนุษย์ทุกคนล้วนปรารถนาชีวิต แต่ไม่ช้าก็เร็ว เขาก็ต้องได้พบกับความตาย ถึงแม้เขาจะทำอะไรเก็บไว้มากมาย แต่เมื่อความตายมาถึงมันก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเขาไม่ทันได้เตรียมตัว มนุษย์มักมีเป้าหมายที่จะสร้างความสำเร็จและความรุ่งเรืองขึ้นบนโลก แต่ความตายก็มาทำลายภาพลวงแห่งสำเร็จที่เขาได้วาดหวังไว้ ด้วยเหตุนี้ความตายจึงสอนเขาว่าเขาไม่มีอำนาจอะไรเลยก่อนตาย

เราจะต้องเรียนรู้ความจริงจากความตาย เพราะความลับของชีวิตถูกซ่อนไว้อยู่ในนั้น ความตายแสดงให้เราเห็นว่าเราไม่ใช่นายของตัวเอง เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้เพียงชั่วคราวเท่านั้นโลกนี้มิใช่สถานที่สำหรับการทำให้ความฝันของเราเป็นจริง ความตายสอนให้เรารู้ว่าเราควรจะมีชีวิตอย่างไรมันบอกให้เรารู้ถึงหนทางไปสู่ความสำเร็จที่แท้จริงต่างหาก...!!!

วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2555

อิสลามห้ามมุสลิมดูหมิ่นหรือล้อเลียนศาสนาอื่น


อิสลามห้ามมุสลิมด่าทอดูถูกดูหมิ่น หรือล้อเลียนศาสนาอื่น  หรือสิ่งที่คนนอกศาสนิกเขาเคารพบูชา หรือวิงวอนขอจากสิ่งอื่นนอกจากอัลลอฮฺ ไม่ว่าพวกเขาจะวิงวอนขอจากเจว็ด โต๊ะวะลี หรือโต๊ะกะร่อมัติ ก็ตาม

พระองค์อัลลอฮฺ ศุบฮานะฮูวะตาอาลา ตรัสว่า
وَلَا تَسُبُّوا الَّذِينَ يَدْعُونَ مِن دُونِ اللَّهِ فَيَسُبُّوا اللَّهَ عَدْوًا بِغَيْرِ عِلْمٍ كَذَٰلِكَ زَيَّنَّا لِكُلِّ أُمَّةٍ عَمَلَهُمْ ثُمَّ إِلَىٰ رَبِّهِم مَّرْجِعُهُمْ فَيُنَبِّئُهُم بِمَا كَانُوا يَعْمَلُونَ ( 108 ) 
"และพวกเจ้าจงอย่าด่าว่า บรรดาที่พวกเขาวิงวอนขอ อื่นจากอัลลอฮ์ แล้วพวกเขาก็จะด่าว่าอัลลอฮ์เป็นการละเมิด โดยปราศจากความรู้ ในทำนองนั้นแหละ เราได้ให้สวยงามแก่ทุกชาติ ซึ่งการงานของพวกเขา และยังพระเจ้าของพวกเขานั้น คือการกลับไปของพวกเขา แล้วพระองค์ก็จะทรงบอกแก่พวกเขาในสิ่งที่พวกเขากระทำกัน” (อัลกุรอาน สูเราะฮฺ อัล-อันอาม 6:108)

จึงไม่แปลกเลยว่า ทำไมมุสลิมจึงไม่มีการกล่าวประนาม ดูหมิ่นเยียดหยาม หรือนำเรื่องที่คนนอกศาสนิกอื่นเขาเคารพศรัทธามาล้อเลียน ก็เพราะคำสอนอิสลามนี้เอง จึงทำให้มุสลิมเป็นกลุ่มชนที่รักษาน้ำใจคนศาสนิกอื่น โดยไม่มีการลบหลู่ดูหมิ่นศาสนาอื่นและสิ่งที่ศาสนิกอื่นเคารพบูชา ถึงแม้มุสลิมจะไม่เชื่อว่าสิ่งเหล่านั้นมีอำนาจก็ตาม มุสลิมไม่เชื่อว่าพระเจ้าอื่นมีจริง ไม่เชื่อว่าพวกเจว็ด รูปปั้นที่มนุษย์สร้างขึ้นมาทำการเสกเป่า แล้วนำมาเคารพกราบไหว้มีอำนาจใดต่อมนุษย์   แต่ในขณะเดียวกัน มุสลิมก็ไม่ด่าทอซึ่งเป็นการทำร้ายจิตใจคนที่เขานับถือ และจะทำให้เขาโกรธแล้วก็อาจมาละเมิดต่อพระเจ้าของมุสลิมก็คืออัลลอฮฺ

พระองค์อัลลอฮฺ ศุบฮานะฮูวะตาอาลา ตรัสว่า
وَلَقَدْ بَعَثْنَا فِي كُلِّ أُمَّةٍ رَّسُولًا أَنِ اعْبُدُوا اللَّهَ وَاجْتَنِبُوا الطَّاغُوتَ فَمِنْهُم مَّنْ هَدَى اللَّهُ وَمِنْهُم مَّنْ حَقَّتْ عَلَيْهِ الضَّلَالَةُ فَسِيرُوا فِي الْأَرْضِ فَانظُرُوا كَيْفَ كَانَ عَاقِبَةُ الْمُكَذِّبِينَ ( 36 ) 
"และโดยแน่นอน เราได้ส่งร่อซูลมาในทุกประชาชาติ (โดยบัญชาว่า) “พวกท่าจงเคารพภักดีอัลลอฮ์ และจงหลีกหนีให้ห่างจากพวกเจว็ด” ดังนั้น ในหมู่พวกเขามีผู้ที่อัลลอฮ์ทรงชี้แนะทางให้และในหมู่พวกเขามีการหลงผิดคู่ควรแก่เขาฉะนั้น พวกเจ้าจงตระเวนไปในแผ่นดิน แล้วจงดูว่าบั้นปลายของผู้ปฏิเสธนั้นเป็นเช่นใด!"  (อัลกุรอาน สูเราะฮฺ อัน-นะห์ลฺ 16:36)

พระองค์อัลลอฮฺ ศุบฮานะฮูวะตาอาลา ตรัสว่า
وَاعْبُدُوا اللَّهَ وَلَا تُشْرِكُوا بِهِ شَيْئًا وَبِالْوَالِدَيْنِ إِحْسَانًا وَبِذِي الْقُرْبَىٰ وَالْيَتَامَىٰ وَالْمَسَاكِينِ وَالْجَارِ ذِي الْقُرْبَىٰ وَالْجَارِ الْجُنُبِ وَالصَّاحِبِ بِالْجَنبِ وَابْنِ السَّبِيلِ وَمَا مَلَكَتْ أَيْمَانُكُمْ إِنَّ اللَّهَ لَا يُحِبُّ مَن كَانَ مُخْتَالًا فَخُورًا ( 36 )
"และจงเคารพสักการะอัลลอฮฺเถิด และอย่าให้มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดเป็นภาคีกับพระองค์ และจงทำดีต่อผู้บังเกิดเกล้าทั้งสองและต่อผู้เป็นญาติที่ใกล้ชิด และเด็กกำพร้าและผู้ขัดสน และเพื่อนบ้านใกล้เคียงและเพื่อนที่ห่างไกล และเพื่อนเคียงข้าง และผู้เดินทาง และผู้ที่มือขวาของพวกเจ้าครอบครอง แท้จริงอัลลอฮฺ ไม่ทรงชอบผู้ยะโส ผู้โอ้อวด" (อัลกุรอาน สูเราะฮฺ อัล-นิสาอ์ 4:36)

พระองค์อัลลอฮฺ ศุบฮานะฮูวะตาอาลา ตรัสว่า
وَلَا تَجْعَلُوا مَعَ اللَّهِ إِلَٰهًا آخَرَ إِنِّي لَكُم مِّنْهُ نَذِيرٌ مُّبِينٌ ( 51 )
"และพวกท่านอย่าตั้งพระเจ้าอื่นใดเป็นภาคีกับอัลลอฮ. แท้จริง ฉันเป็นผู้ตักเตือนอย่างเปิดเผยจากพระองค์แก่พวกท่าน" (อัลกุรอาน สูเราะฮฺ อัซ-ซาริยาต 51:51)

และสำหรับอิสลามแล้ว ไม่มีการบังคับผู้ใดที่จะให้นับถือศาสนอิสลาม หากเขาจะนับถืออิสลามก็เกิดจากความศรัทธาจากใจจริงของเขาเอง

พระองค์อัลลอฮฺ ศุบฮานะฮูวะตาอาลา ตรัสว่า
لَا إِكْرَاهَ فِي الدِّينِ قَد تَّبَيَّنَ الرُّشْدُ مِنَ الْغَيِّ فَمَن يَكْفُرْ بِالطَّاغُوتِ وَيُؤْمِن بِاللَّهِ فَقَدِ اسْتَمْسَكَ بِالْعُرْوَةِ الْوُثْقَىٰ لَا انفِصَامَ لَهَا وَاللَّهُ سَمِيعٌ عَلِيمٌ ( 256 )
"ไม่มีการบังคับใด (ให้นับถือ) ในศาสนา อิสลาม แน่นอน ความถูกต้องนั้นได้เป็นที่กระจ่างแจ้งแล้วจากความผิด ดังนั้นผู้ใดปฏิเสธศรัทธาต่อ อัฎ-ฎอฆูต และศรัทธาต่ออัลลอฮ์แล้ว แน่นอนเขาได้ยึดห่วงอันมั่นคงไว้แล้ว โดยไม่มีการขาดใด ๆ เกิดขึ้นแก่มัน และอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงรอบรู้" (อัลกุรอาน สูเราะฮฺ อัล-บะเกาะเราะฮฺ 2:256)

เมื่ออิสลามไม่มีการบังคับผู้ใดที่จะให้นับถือศาสนาอิสลาม ก็ไม่มีเหตุอันใดที่มุสลิมจะไปกล่าวประนาม หรือแสดงขบขันกับสิ่งที่เขานับถือวอนขอ ซึ่งอิสลามกับศาสนาของพวกเขานั้นได้แบ่งแยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง ไม่เกี่ยวข้องกัน มุสลิมไม่เคารพศรัทธาสิ่งที่พวกเขาเคารพศรัทธา และพวกเขาก็ไม่ได้เคารพศรัทธาพระเจ้าคือพระองค์อัลลอฮฺที่มุสลิมเคารพศรัทธา ศาสนาใครศาสนามัน อิสลามไม่ไปข้องเกี่ยวกับศาสนาของพวกเขา และไม่ไปดูหมิ่นเยียดหยาม หรือนำศาสนาของพวกเขามาล้อเลียนเป็นอันขาด

พระองค์อัลลอฮฺ ศุบฮานะฮูวะตาอาลา ตรัสว่า
لَكُمْ دِينُكُمْ وَلِيَ دِينِ ( 6 ) 
"สำหรับพวกท่านก็คือศาสนาของพวกท่าน และสำหรับฉันก็คือศาสนาของฉัน" (อัลกุรอาน สูเราะฮฺ อัล-กาฟิรูน 109:6)

แต่นั้นไม่ใช่ว่าเมื่อคนนอกศาสนิกเขามาดูหมิ่นเยียดหยาม ดูถูกดูแคลน หรือล่อเลียนอิสลาม ไม่ว่าเป็นการกล่าวหาใส่ร้ายท่านนบีมูฮัมหมัด ศ็อลลัลลอฮูอะลัยฮิวะซัลลัม หรือบิดเบือนคำสอนอิสลาม แล้วมุสลิมจะนิ่งเฉย ปล่อยให้พวกเขาสนุกกับการกระทำเหล่านั้น แต่ตรงกันข้าม อิสลาม คือ ชีวิตจิตรใจของมุสลิม หากใครมากระทำให้อิสลามอันบริสุทธิ์เกิดความหม่นหมองบิดเบือนไปจากความจริง นั้นคือความเจ็บปวดของมุสลิมทุกคน แนนอนพวกเขาย่อมออกมาปกป้องอิสลามอย่างพร้อมเพรียงกัน

.สรุปก็คือ...อิสลามห้ามมุสลิมดูหมิ่นหรือล้อเลียนศาสนาอื่น แต่อิสลามมิได้ห้ามมุสลิมออกมาปกป้องหากผู้ใดมาดูหมิ่นหรือล้อเลียนอิสลาม


والله أعلم بالصواب


✿ ▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬ ✿






1 ความคิดเห็น: