อัสลามมุอาลัยกุมวาเราะฮมาตุลลอฮิวาบารอกาตุ

ครับ...มนุษย์ทุกคนล้วนปรารถนาชีวิต แต่ไม่ช้าก็เร็ว เขาก็ต้องได้พบกับความตาย ถึงแม้เขาจะทำอะไรเก็บไว้มากมาย แต่เมื่อความตายมาถึงมันก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเขาไม่ทันได้เตรียมตัว มนุษย์มักมีเป้าหมายที่จะสร้างความสำเร็จและความรุ่งเรืองขึ้นบนโลก แต่ความตายก็มาทำลายภาพลวงแห่งสำเร็จที่เขาได้วาดหวังไว้ ด้วยเหตุนี้ความตายจึงสอนเขาว่าเขาไม่มีอำนาจอะไรเลยก่อนตาย

เราจะต้องเรียนรู้ความจริงจากความตาย เพราะความลับของชีวิตถูกซ่อนไว้อยู่ในนั้น ความตายแสดงให้เราเห็นว่าเราไม่ใช่นายของตัวเอง เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้เพียงชั่วคราวเท่านั้นโลกนี้มิใช่สถานที่สำหรับการทำให้ความฝันของเราเป็นจริง ความตายสอนให้เรารู้ว่าเราควรจะมีชีวิตอย่างไรมันบอกให้เรารู้ถึงหนทางไปสู่ความสำเร็จที่แท้จริงต่างหาก...!!!

วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ทัศนะของท่านอาจารย์อาลี เสือสมิง เกี่ยวกับวะฮาบีย์

อาจารย์อาลี(สันติ) เสือสมิง

อาจารย์อาลี(สันติ) เสือสมิง  ท่านผู้นี้ เป็นคนบ้านป่า ซอยพัฒนาการ 20 หรือซอยสวนหลวง ท่านจบการศึกษาคณะอัลหะดิษ จากเมืองไคโร ประเทศอียิปต์ ท่านสังกัดอยู่ในมัซฮับชาฟีอีเต็มตัว ท่านสนับสนุนการจัดงานเมาลิดนบี แต่ท่านก็ไม่ได้มีอคติกับผู้ที่ถูกเรียกว่า "วะฮาบีย์" เหมือนอย่างมุสลิมบ้านเราบางคน ซึ่งท่านอาจารย์อาลี เสือสมิง ได้มีทัศนะเกี่ยวกับ "วะฮาบีย์" ที่มุสลิมบ้านเราควรศึกษาทำความเข้าใจให้ท่องแท้ ดังนี้


ที่มาและความหมาย "วะฮาบีย์"

วะฮฺฮาบียะฮฺ (وَهَّابِيَّة)  เป็นกลุ่มสำนักทางความคิดในศาสนา
อิสลามที่มีความนิยมในอุดมคติแบบชาวสะลัฟ  มีเป้าหมายในการชำระหลักศรัทธาในเรื่องเอกานุภาพและหลักชะรีอะฮฺให้บริสุทธิ์จากสิ่งเจือปนทั้งหลาย  มีมุฮำหมัด  อิบนุ  อับดิลวะฮฺฮ๊าบ  เรียกร้องไปสู่แนวทางดังกล่าว  โดยอ้างถึงหลักคำสอนของอิหม่ามอะฮฺหมัด  อิบนุ  ฮัมบัล  (ร.ฮ.)  และอิบนุตัยมียะฮฺ  (ร.ฮ.)  เป็นสำคัญ  มีมุฮำหมัด  อิบนุ  สุอูด  เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการแพร่หลายสำนักความคิดนี้ในคาบสมุทรอาหรับ  แต่กลุ่มนี้มักเรียกตัวเอง  อัซซะละฟียะฮฺ  (السَّلَفِيَّة)  คนทั่วไปเรียกคนที่นิยมในแนวทางนี้ว่า  วะฮฺฮาบีย์  (وَهَّابِيّ)  หรือ  (سَلَفِيّ)  สะละฟีย์


ในปัจจุบันผู้ที่นิยมในแนวทางนี้ได้แพร่หลายไปทั่วโลกอิสลามและมีบทบาทในการฟื้นฟูหลักคำสอนที่เน้นตัวบทเป็นสำคัญทำให้มีการตื่นตัวในแวดวงวิชาการขนานใหญ่  รวมถึงในบ้านเราเช่นกันซึ่งแนวความคิดของคนกลุ่มนี้ส่วนหนึ่งเข้ามาจากอินโดนีเซีย  และนักศึกษาจากกลุ่มประเทศในตะวันออกกลางโดยตรงและมีการจัดตั้งกลุ่มของตนซึ่งมีอยู่หลายกลุ่มมีทั้งในรูปมูลนิธิ,  สมาคม  และกลุ่มชมรม  มีนักวิชาการในสังกัดตลอดจนมีการจัดตั้งสถาบันการศึกษาในการเผยแผ่ความคิด  และแนวทางของกลุ่มอย่างชัดเจน  อีกทั้งยังมีเครือข่ายและสายสัมพันธ์กับกลุ่มองค์กรหลักในกลุ่มประเทศอาหรับอีกด้วย

วะฮาบีย์นั้นจริง ๆ แล้วคือผู้ที่สังกัดมัซฮับฮัมบะลีย์ และอะฮฺลุลหะดีษ ถือตามแนวทางของสะลัฟในเรื่องหลักความเชื่อ (อะกีดะฮฺ) พวกเขาเรียกตัวเองว่า “อัสสะละฟียะฮฺ” มิใช่ วะฮาบีย์ เพราะคำว่าวะฮาบีย์เป็นการใช้คำเรียกขานในแง่ลบและเป็นการโจมตี

หลักอะกีดะฮฺตามแนวทางอะฮฺลิสซุนนะฮฺวัลญะมาอะฮฺนั่นแหล่ะ  อาจจะมีประเด็นรายละเอียดบางเรื่องเท่านั้นที่มีทัศนะและความเห็นต่างกัน  เช่นเรื่องเกี่ยวกับซีฟาต  การตีความ  (ตะอฺวีล)  เป็นต้น  ตามความแตกต่างระหว่างสะลัฟกับค่อลัฟ  นอกจากนั้นก็เป็นเรื่องข้อปลีกย่อยในการปฏิบัติศาสนกิจ  ซึ่งก็เป็นเรื่องที่อยู่ในกรอบของสำนักความคิดหรือมัซฮับทั้ง  4  นั่นแหล่ะ  ไม่ได้พิสดารหรือพิลึกพิลั่นแต่อย่างใด

ผู้ที่ถูกเรียกว่า"วะฮาบีย์" หรือคณะใหม่ หรือโกมมุดอ
วะฮาบีย์หรือคณะใหม่ที่มุสลิมบ้านเราควรทำความเข้าใจ



คำว่า อัส-สุนนะฮฺ มีความหมายตามรากศัพท์ว่าแนวทาง ส่วนความหมายตามอิศฏิลาฮียฺ หมายถึง แนวทางของท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ทั้งที่เป็นคำพูด การกระทำ และการรับรองของท่าน

ส่วนคำว่า อัล-ญะมาอะฮฺ หมายถึง หมู่คณะหรือกลุ่มชน อันหมายถึงบรรดาศ่อฮาบะฮฺและชนในยุคสะลัฟที่ดำเนินตามแนวทางของท่านนบี  (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม)  ดังมีปรากฏในอัล-ฮะดีษว่า  (مَاأَنَاعَلَيْهِ وَأَصْحَابِيْ)  “สิ่งซึ่งฉัน (นบี) และเหล่าศ่อฮาบะฮฺของฉันดำรงอยู่บนสิ่งนั้น”

คำ 2 คำนี้คือคำว่า อัส-สุนนะฮฺ กับ อัล-ญะมาอะฮฺ เวลากล่าวแยกกันโดดๆ ก็จะมีนัยและความหมายรวมถึงคำอีกคำหนึ่ง แต่ถ้านำมากล่าวรวมกันก็จะมีนัยและความหมายโดยเฉพาะ เรียกว่า เมื่อรวมกันก็จะแยก เมื่อแยกกันก็จะรวม ผู้ที่ดำเนินตามแนวทางของท่านนบี เรียกว่า อะฮฺลุสสุนนะฮฺ วัล-ญะมาอะฮฺ โดยเรียกสั้นๆว่า อะฮฺลุสสุนนะฮฺ ก็ได้ หรือ อะฮฺลุ้ลญะมาอะฮฺก็ได้ หรือจะเรียกยาวอย่างที่ว่ามาก็ได้ คือ กลุ่มชนเดียวกัน

ส่วนคณะใหม่กับคณะเก่านั้นไม่มีนิยามตามหลักวิชาการระบุเอาไว้และไม่มีหลักฐานให้เรายึดคณะหนึ่งคณะใดไม่ว่าจะเป็นคณะเก่าหรือคณะใหม่ เป็นเพียงชื่อเรียกที่เป็นผลมาจากความขัดแย้งในทัศนะความเห็นของมุสลิมในภูมิภาคนี้ซึ่งหมายถึงชาวมลายูโดยส่วนใหญ่ เรียกกลุ่มที่ยึดแนวทางในมัสฮับ อัช-ชาฟิอีย์ว่า โกมตุวอ คือ กลุ่มหัวเก่าหรือคณะเก่า และเรียกพวกที่ไม่ยึดมัสฮับเป็นหลักว่าพวกโกมมุดอ คือ คณะใหม่

ซึ่งทั้งสองกลุ่มก็ถือเป็นอะฮฺลิสสุนนะฮฺ วัลญะมาอะฮฺด้วยกันทั้งคู่ ดังนั้นคำว่าคณะใหม่ คณะเก่าจึงเป็นเพียงการเรียกขานคนที่มีความเห็นและการปฏิบัติในข้อปลีกย่อยไม่เหมือนกันตามประสาคนที่ชอบแบ่งพรรคแบ่งพวกหรือตะอัศศุบนั่นเอง



การแต่งงานกับวะฮาบีย์
หากจะแต่งงานกับคนวะฮะบีย์ต้องให้เขาเข้ากะลีมะฮฺซะฮาดะฮฺใหม่ เพราะหลักอะกีดะฮฺของเขาไม่ถูกต้อง ดูจะรุนแรงเกินไป  อย่ากระนั้นเลย! คิดเอาง่ายๆ ว่า ถ้าวะฮาบีย์ผิดเพี้ยนถึงขั้นต้องเข้ากะลิมะฮฺใหม่ ก็แสดงว่าก่อนเข้ากะลีมะฮฺใหม่เข้ามิใช่มุสลิมกระนั้นหรือ?  ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง รัฐบาลและองค์กรศาสนาในประเทศซาอุดิอาระเบีย มหาวิทยาลัยมะดีนะฮฺและมหาวิทยาลัยคิงส์ อับดุลอะซีซ หรือมหาวิทยาลัยอิหม่าม ที่ริยาฎ หรือมหาวิทยาลัยอุมมุลกุรอ ที่นครมักกะฮฺ ไม่เป็นกุฟร์กันไปหมดหรือ?

การละหมาดตามวะฮาบีย์
อาจารย์อาลี เสือสมิง กับ อาจารย์ ดร.อับดุลลอฮฺ หนุ่มสุข


การละหมาดตามหลังวะฮาบีย์นั้นถือว่าใช้ได้ (เซาะฮฺ) ลองคิดดูง่าย ๆ ว่า ถ้าการละหมาดตามหลังวะฮาบีย์ใช้ไม่ได้ คนที่ละหมาด ณ มัสญิดหะรอมทั้งสองแห่งจะเป็นเช่นไร? และนักเรียนไทยที่ไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยอิสลามียะฮฺ นครม่าดีนะฮฺเป็นเวลาหลายปี ละหมาดของพวกเขาจะเป็นอย่างไร? 

วะฮาบีย์นำละหมาดอยู่ทีมัสยิดหะรอม นครมักกะฮฺ และนครม่าดีนะฮฺ วะฮาบีย์ดูแลมัสยิดทั้งสองและดำเนินการในเรื่องการประกอบพิธีฮัจญ์และอุมเราะฮฺ แถมยังพิมพ์อัลกุรอานแจกไปทั่วโลก มิหนำซ้ำนักเรียนมักกะฮฺนักเรียนมะดีนะฮฺที่จบมาเป็นนักวิชาการในบ้านเราก็มีพะเรอพะรึก อ.อรุณ บุญชม อ.ชะรีฟ ศรีเจริญ อ.ยะฮฺยา ลาตีฟี (ร.ฮ.) อ.ทวี เด็ดดวง อ.กอเซ็ม มั่นคง อ.ดร.อับดุลลอฮฺ หนุ่มสุข ฯลฯ จะมีสถานภาพเช่นไรเล่า?  เพราะท่านเหล่านี้ไปเรียนเป็นลูกศิษย์วะฮาบีย์ที่มหาวิทยาลัย อัล-อัสลามียะฮฺ นครม่าดีนะฮฺ ทั้งน้าน...  หากจะบอกว่า ท่านเหล่านี้มิใช่วะฮาบีย์ มันก็แน่อยู่แล้ว แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า ถ้าวะฮาบีย์ผิดเพี้ยนสุดกู่ถึงขั้นเป็นกุฟรฺ ต้องเข้ากะลิมะฮฺใหม่ แล้วไปเรียนกับเขาได้อย่างไร?

والله أعلم بالصواب

ตรวจสอบจากเว็บของท่านอาจารย์อาลี  เสือสมิง ได้ คลิก 1 ,  หรืิอ 3





2 ความคิดเห็น:

  1. ควรจะให้นิยาม วะฮาบีย์ ให้ครอบคลุมกว่านี้นะคับ

    ตอบลบ
  2. คณะไหนก็ได้ครับ ถ้าตามท่านนบี

    ตอบลบ