อัสลามมุอาลัยกุมวาเราะฮมาตุลลอฮิวาบารอกาตุ

ครับ...มนุษย์ทุกคนล้วนปรารถนาชีวิต แต่ไม่ช้าก็เร็ว เขาก็ต้องได้พบกับความตาย ถึงแม้เขาจะทำอะไรเก็บไว้มากมาย แต่เมื่อความตายมาถึงมันก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเขาไม่ทันได้เตรียมตัว มนุษย์มักมีเป้าหมายที่จะสร้างความสำเร็จและความรุ่งเรืองขึ้นบนโลก แต่ความตายก็มาทำลายภาพลวงแห่งสำเร็จที่เขาได้วาดหวังไว้ ด้วยเหตุนี้ความตายจึงสอนเขาว่าเขาไม่มีอำนาจอะไรเลยก่อนตาย

เราจะต้องเรียนรู้ความจริงจากความตาย เพราะความลับของชีวิตถูกซ่อนไว้อยู่ในนั้น ความตายแสดงให้เราเห็นว่าเราไม่ใช่นายของตัวเอง เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้เพียงชั่วคราวเท่านั้นโลกนี้มิใช่สถานที่สำหรับการทำให้ความฝันของเราเป็นจริง ความตายสอนให้เรารู้ว่าเราควรจะมีชีวิตอย่างไรมันบอกให้เรารู้ถึงหนทางไปสู่ความสำเร็จที่แท้จริงต่างหาก...!!!

วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2555

แบบการนั่งขณะละหมาด









1.นั่งแบบ “อิฟติรอช” ให้แบเท้าซ้าย แล้วให้ก้นทับเท้าซ้าย โดยให้เท้าขวาชันขึ้น และให้นิ้วเท้าหันไปทางกิบละฮ์
-นั่งแบบ “อิฟติรอช”นั่งในกรณีระหว่างสองสุญูด((หะดิษเศาะเฮียะฮ์...บันทึกโดยมุสลิมหะดิษลขที่ 768)
-และในขณะนั่งตะชะฮุดครั้งแรก((หะดิษเศาะเฮียะฮ์...บันทึกโดยติรมีซีย์ หะดิษเลขที่ 270)


2.นั่งแบบ "ตะวัรรุก”โดยให้ก้นแนบกับพื้น เท้าซ้ายยื่นไปที่ขาอ่อนกับหน้าแข้งขวา ส่วนเท้าขวายกชันขึ้น นิ้วเท้าหันไปทางกิบละฮ์
หรือนั่งตะวัรรุก โดยทำก้นแนบกับพื้น เท้าซ้ายยื่นไประหว่างขาอ่อน กับหน้าแข้งขวา ส่วนเท้าขวาแบราบกับพื้น(หะดิษเศาะเฮียะฮ์..บันทึกโดยมุสลิม หะดิษที่ 909)

-นั่งแบบตะวัรรุกนี้นั่งในกรณีในขณะนั่งตะฮ์ฮุดครั้งสุดท้าย

รายงานจากท่านหุมัยด์ ความว่า “เมื่อท่านรสูล นั่งในร้อกอะฮฺสุดท้าย ท่านจะยื่นเท้าซ้ายมาข้างหน้า และชันหน้าฝ่าเท้าอีกข้างหนึ่ง(เท้าขวา)และ(ก้น)นั่งราบกับพื้น”
(หะดิษเศาะเฮียะฮ์...บันทึกโดยบุคอรี หะดิษเลขที่ 675)

...ส่วนกรณีการละหมาดที่มีสองร็อกอะฮ์ เช่นละหมาดศุบฮ์ มีสุนนะฮ์ให้นั่งแบบอิฟติรอช วึ่งปรากฏหลักฐานในหะดิษของนะสาอีย์(หนังสือ ศิฟะตุเศาะลาตินนบี” หน้า 155)
ส่วนบางทัศนะก็ให้นั่งแบบตะวัรรุก(เช่นทัศนะของอิมามชาฟีอีย์)

นักวิชาการฝ่ายอัชชาฟิอียะฮฺระบุว่า : ฮิกมะฮฺในการนั่งอิฟติรอชฺในการอ่านตะชะฮฺฮุดแรก และนั่งตะวัรรุกในตะชะฮฺฮุดครั้งที่ 2 ก็เพราะเป็นสิ่งที่ใกล้เคียงต่อรำลึกถึงการละหมาดและไม่เกิดความสับสนในจำนวนของรอกอะฮฺ และเป็นเพราะว่าซุนนะฮฺให้นั่งตะชะฮฺฮุดครั้งแรกแบบเบา ๆ (คือไม่นานเกินไป) จึงให้นั่งแบบอิฟติรอชฺ เพื่อจะได้ง่ายและสะดวกในการลุกขึ้นยืน และซุนนะฮฺให้นั่งตะชะฮฺฮุดครั้งที่ 2 ยาว (คือนาน) และไม่มีการลุกขึ้นยืนหลังจากนั้นอีก จึงให้นั่งตะวัรรุกเพื่อจะได้เป็นการหนุนเนื่องสำหรับการอ่านตะชะฮฺฮุดและขอดุอาอฺได้เต็มที่ และเป็นเพราะว่าผู้ที่มาละหมาดทีหลัง (มัซบู๊ก) เมื่อเห็นเขานั่งตะวัรรุกก็รู้ว่าผู้ละหมาดอยู่นั้นอยู่ในการตะชะฮฺฮุดครั้งใด (อ้างแล้ว 3/431)

แม้การนั่งตะชะฮุดในร็อกอะฮ์สุดท้าย ของละหมาดที่มีสองร็อกอะฮ์จะเป็นรุก่นก็ตาม แต่ทว่า วิธีการนั่งจะเลือกนั่งแบบอิฟติรอช หรือนั่งแบบตะวัรรุกนั้น สามารถเลือกปฏิบัติได้ เพราะวิธีการนั่งมีหุก่มเป็นสุนนะฮ์ ส่วนผู้ละหมาดจะให้น้ำหนักทัศนะไหนนั้นเป้นสิทธิของแต่ละบุคคล

และ ถึงแม้อิมามจะนั่งอีกแบบกับเรา เหมือนเอามือแนบอก เหนือสะดือ ใต้สะดือ การกระดิกนิ้ว ไม่กระดิกนิ้ว การยกมือ เสมอบ่า หรือเลยบ่า ทั้งหมดมาจากรูปแบบท่านนบี ไม่ทำให้การละหมาดนั้นเสียไป

 والله أعلم

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น