อัสลามมุอาลัยกุมวาเราะฮมาตุลลอฮิวาบารอกาตุ

ครับ...มนุษย์ทุกคนล้วนปรารถนาชีวิต แต่ไม่ช้าก็เร็ว เขาก็ต้องได้พบกับความตาย ถึงแม้เขาจะทำอะไรเก็บไว้มากมาย แต่เมื่อความตายมาถึงมันก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเขาไม่ทันได้เตรียมตัว มนุษย์มักมีเป้าหมายที่จะสร้างความสำเร็จและความรุ่งเรืองขึ้นบนโลก แต่ความตายก็มาทำลายภาพลวงแห่งสำเร็จที่เขาได้วาดหวังไว้ ด้วยเหตุนี้ความตายจึงสอนเขาว่าเขาไม่มีอำนาจอะไรเลยก่อนตาย

เราจะต้องเรียนรู้ความจริงจากความตาย เพราะความลับของชีวิตถูกซ่อนไว้อยู่ในนั้น ความตายแสดงให้เราเห็นว่าเราไม่ใช่นายของตัวเอง เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้เพียงชั่วคราวเท่านั้นโลกนี้มิใช่สถานที่สำหรับการทำให้ความฝันของเราเป็นจริง ความตายสอนให้เรารู้ว่าเราควรจะมีชีวิตอย่างไรมันบอกให้เรารู้ถึงหนทางไปสู่ความสำเร็จที่แท้จริงต่างหาก...!!!

วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

แนวทางสลัฟ


               
             แนวทางของบรรดาชนรุ่นแรก (มัซฮะบุสสะลัฟ)

 ซึ่งได้แก่แนวทางของบรรดาสาวก(ซอฮาบะฮฺ)ของท่านรอซู้ล

ผู้จำเริญรอยตามสาวก(ตาบิอูน)และผู้ที่ดำเนินตามผู้ที่เจริญรอยตามสาวก(ตาบิอิตตาบิอีน)

ซึ่งถ้าหากว่า เราจะคิดคำนวณดูระยะเวลาแล้วก้จะพบว่าบุคคลเหล่านี้มีชีวิตอยู่ในระหว่าง 3 ศตวรรษแรก

 หลังจากท่านรอซู้ล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้อพยพจากนครมักกะฮฺไปยังนครอัล-มะดีนะฮฺ

นอกจากนี้แล้วก็ได้แก่ผู้ที่ดำเนินตามแนวทางนี้เรียกว่า "อะฮฺลุสสะลัฟ หรือ ชาวสะลัฟ"

- หลักความเชื่อถือ หรือ การศรัทธาของหมู่ชนรุ่นแรก (อะฮฺลุสสะลัฟ) -

หลักการศรัทธาของบรรดาหมู่ชนรุ่นแรก(สะลัฟ)

นั้นธำรงอยู่กับแนวทางแห่งอัลกุรอ่านและซุนนะฮฺของท่านรอซู้ล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม

โดยไม่ยอมตีความตัวบทไปเป็นอย่างอื่น

ดังมีความสอดคล้องกันกับพจนารถของพระองค์อัลลอฮฺ ที่มีความว่า


هُوَ الَّذِي أَنزَلَ عَلَيْكَ الْكِتَابَ مِنْهُ آيَاتٌ مُّحْكَمَاتٌ هُنَّ أُمُّ الْكِتَابِ وَأُخَرُ مُتَشَابِهَاتٌ فَأَمَّا الَّذِينَ فِي قُلُوبِهِمْ زَيْغٌ فَيَتَّبِعُونَ مَا تَشَابَهَ مِنْهُ ابْتِغَاءَ الْفِتْنَةِ وَابْتِغَاءَ تَأْوِيلِهِ وَمَا يَعْلَمُ تَأْوِيلَهُ إِلَّا اللَّهُ وَالرَّاسِخُونَ فِي الْعِلْمِ يَقُولُونَ آمَنَّا بِهِ كُلٌّ مِّنْ عِندِ رَبِّنَا وَمَا يَذَّكَّرُ إِلَّا أُولُو الْأَلْبَابِ ( 7 )
"พระองค์คือผู้ทรงประทานคัมภีร์ลงมาแก่เจ้า โดยที่ส่วนหนึ่งจากคัมภีร์นั้นมีบรรดาโองการที่มีข้อความรัดกุมชัดเจน ซึ่งโองการเหล่านั้น คือรากฐานของคัมภีร์ และมีโองการอื่น  อีกที่มีข้อความเป็นนัย ส่วนบรรดาผู้ที่ในหัวใจของพวกเขามีการเอนเอียงออกจากความจริงนั้น เขาจะติดตามโองการที่มีข้อความเป็นนัยจากคัมภีร์ ทั้งนี้ เพื่อแสวงหาความวุ่นวาย และเพื่อแสวงหาการตีความในโองการนั้น แลไม่มีใครรู้ในการตีความโองการนั้นได้นอกจากอัลลอฮ์ และบรรดาผู้ที่มั่นคงในความรู้เท่านั้น โดยที่พวกเขาจะกล่าวว่า พวกเราศรัทธาต่อโองการนั้น ทั้งหมดนั้นมาจากที่ที่พระผู้เป็นเจ้าของเราทั้งสิ้น และไม่มีใครที่จะรับคำตักเตือนนอกจากบรรดาผู้ที่มีสติปัญญาเท่านั้น"

 ( อัลกุรอาน สูเราะฮฺอาล อิมรอน 3 : 7 )


والله أعلم بالصواب

✿ ▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬ ✿


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น