:
อุลามะฮฺด้านกฏหมายอิสลาม หรือบักรฺ อัลมุซะนียฺ เห็นกรรมกรคนหนึ่งกำลังแบกสินค้าอยู่ ขณะเดียวกันเขาก็กล่าว .....
“อัลฮัมดุลิลลาฮฺ” (การสรรเสริญทั้งมวลเป็นของอัลลอฮฺ) และ “อัสตัฒฟิรุลลอฮฺ” (ฉันวิงวอนขอการอภัยโทษจากอัลลอฮฺ) อยู่ตลอดเวลา
.
อุลามะฮฺท่านนี้จึงรอให้กรรมกรคนดังกล่าวพักจากการแบกสินค้าก่อน แล้วท่านจึงเข้าไปพูดคุยกับเขาจากนั้นท่านจึงถามเขาว่า.....
“ท่านไม่รู้สิ่งอื่นใด นอกเหนือจากสิ่งนี้หรือ (การกล่าว อัลฮัมดุลิลลาฮฺ และอัสตัฒฟิรุลลอฮฺ)”
กรรมกรชายผู้นั้นจึงตอบว่า “ผมรู้เกี่ยวกับเรื่องอื่นๆ และผมก็อ่านพระคัมภีร์ของอัลลอฮฺด้วยครับ.!
หากแต่ว่า “บ่าวของอัลลอฮฺ” นั้นมักจะผลัดเปลี่ยนอยู๋ระหว่าง “สภาพของการได้รับความโปรดปราณ (จากอัลลอฮฺ) และ สภาพของการทำบาป” อยู่ตลอดเวลา ด้วยเพราะสภาพเช่นนี้เองของมนุษย์ ผมจึงกล่าวสรรเสริญ ขอบคุณอัลลอฮฺสำหรับความโปรดปราณมากมายที่พระองค์ประทานแก่ผม และขณะเดียวกันผมก็วิงวอนขอการอภัยโทษจากพระองค์สำหรับความผิดบาปทั้งหลายของผมครับ”
อุลามะฮท่านนั้นจึงกล่าวว่า “แท้จริงแล้ว กรรมกรผู้นี้มีความเข้าใจในศาสนาลึกซึ้งยิ่งกว่าบักรฺ (ตัวท่านเอง) เสียอีก”
:
:
ฆแหล่งที่มา หนังสือ Gems and Jewels บท The Scholar and Laborer
ถอดความ بنت الاسلام
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น