อัสลามมุอาลัยกุมวาเราะฮมาตุลลอฮิวาบารอกาตุ

ครับ...มนุษย์ทุกคนล้วนปรารถนาชีวิต แต่ไม่ช้าก็เร็ว เขาก็ต้องได้พบกับความตาย ถึงแม้เขาจะทำอะไรเก็บไว้มากมาย แต่เมื่อความตายมาถึงมันก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเขาไม่ทันได้เตรียมตัว มนุษย์มักมีเป้าหมายที่จะสร้างความสำเร็จและความรุ่งเรืองขึ้นบนโลก แต่ความตายก็มาทำลายภาพลวงแห่งสำเร็จที่เขาได้วาดหวังไว้ ด้วยเหตุนี้ความตายจึงสอนเขาว่าเขาไม่มีอำนาจอะไรเลยก่อนตาย

เราจะต้องเรียนรู้ความจริงจากความตาย เพราะความลับของชีวิตถูกซ่อนไว้อยู่ในนั้น ความตายแสดงให้เราเห็นว่าเราไม่ใช่นายของตัวเอง เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้เพียงชั่วคราวเท่านั้นโลกนี้มิใช่สถานที่สำหรับการทำให้ความฝันของเราเป็นจริง ความตายสอนให้เรารู้ว่าเราควรจะมีชีวิตอย่างไรมันบอกให้เรารู้ถึงหนทางไปสู่ความสำเร็จที่แท้จริงต่างหาก...!!!
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุนนะฮ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุนนะฮ์ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

อิสลามคือ สุนนะฮ สุนนะฮคืออิสลาม


อัลบัรบะฮารีย์ (ร.ฮ) กล่าวว่า

اعلموا أن الإسلام هو السنة والسنة هي الإسلام ولا يقوم أحدهما إلا بالآخر

พวกท่านพึงทราบไว้เถิดว่า แท้จริงอัลอิสลาม คือ อัสสุนนะฮ และอัสสุนนะฮคือ อัลอิสลาม ประการหนึ่งของทั้งสองจะดำรงอยู่ไม่ได้นอกจากด้วยอีกประการหนึ่ง
شرح السنة للبربهاري: 67
>>>>>>

สรุป
อิสลามคือ สุนนะฮ และสุนนะฮ คือ อิสลาม
เพราะฉะนั้น บิดอะฮ ไม่ใช่อิสลาม และอิสลาม ไม่ใช่บิดอะฮ

วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2558

สามประการที่ทำให้เสียหายแก่ศาสนา




قَالَ عُمَرُ بْنُ الْخَطَّابِ ، رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُ : " ثَلاثٌ يَهْدِمْنَ الدِّينَ : زَيْغَةُ الْعَالِمِ ، وَجِدَالُ مُنَافِقٍ بِالْقُرْآنِ ، وَأَئِمَّةٌ مُضِلُّونَ "

ท่านอุมัร บิน อัลคอ็ฏฏอบ (ร.ฏ)กล่าวว่า สามประการที่ทำให้เสียหายแก่ศาสนา
1. ความผิดพลาดของผู้รู้
2. การโต้แย้งของมุนาฟิก
3. บรรดาผู้นำที่ทำให้หลงผิด
บันทึกโดย อัดดาเราะมีย์ ด้วยสายสืบที่เศาะเฮียะ 1/71

สายรายงานที่อิบนุอับดิลบัร ได้กล่าวเอาไว้ใน ญามิอุ บะยานิลอิลมิ วะฟัฏฎลิฮ หะดิษหมายเลข 1127

أَخْبَرَنَا أَخْبَرَنَا عَبْدُ اللَّهِ بْنُ مُحَمَّدِ بْنِ عَبْدِ الْمُؤْمِنِ ، قَالَ : أنا أَبُو الْحُسَيْنِ أَحْمَدُ بْنُ عُثْمَانَ الآدَمَيُّ ، قَالَ : حَدَّثَنَا عَبَّاسٌ الدُّورِيُّ ، ثنا مُحَمَّدُ بْنُ بِشْرٍ الْعَبْدِيُّ ، قَالَ : حَدَّثَنَا مُجَالِدٌ ، عَنْ عَامِرٍ ، عَنْ زِيَادِ بْنِ حُدَيْرٍ ، قَالَ : قَالَ عُمَرُ بْنُ الْخَطَّابِ ، رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُ : " ثَلاثٌ يَهْدِمْنَ الدِّينَ : زَيْغَةُ الْعَالِمِ ، وَجِدَالُ مُنَافِقٍ بِالْقُرْآنِ ، وَأَئِمَّةٌ مُضِلُّونَ " . وَذَكَرَ ابْنُ مُزَيْنٍ ، عَنْ أَصْبَغَ ، عَنْ جَرِيرٍ الضَّبِّيِّ ، عَنِ الْمُغِيرَةِ ، عَنِ الشَّعْبِيِّ ، عَنْ زِيَادِ بْنِ حُدَيْرٍ ، قَالَ : أَتَيْتُ عُمَرَ بْنَ الْخَطَّابِ ، رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُ ، فَذَكَرَ مَعْنَاهُ

วันศุกร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2558

การศึกษาหาความรู้ โดยไม่มีหลักฐาน เสมือนคนแบกไม้ฟืนที่มีงูร้ายซ่อนอยู่




อิบนุกอ็ยยิม (ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน)กล่าวว่า

وَقَدْ نَهَى الْأَئِمَّةُ الْأَرْبَعَةُ عَنْ تَقْلِيدِهِمْ ، وَذَمُّوا مَنْ أَخَذَ أَقْوَالَهُمْ بِغَيْرِ حُجَّةٍ ; فَقَالَ الشَّافِعِيُّ : مَثَلُ الَّذِي يَطْلُبُ الْعِلْمَ بِلَا حُجَّةٍ كَمَثَلِ حَاطِبِ لَيْلٍ ، يَحْمِلُ حُزْمَةَ حَطَبٍ وَفِيهِ أَفْعَى تَلْدَغُهُ وَهُوَ لَا يَدْرِي ، ذَكَرَهُ الْبَيْهَقِيُّ

และความจริง อิหม่ามทั้งสี่ ได้ห้ามตักลีด(เชื่อตาม)พวกเขา และพวกเขาตำหนิผู้ที่ยึดเอาคำพูดของพวกเขาโดยปราศจากหลักฐาน แล้วท่านอิหม่ามชาฟิอีย์กล่าวว่า" อุปมาผู้ที่ศึกษาหาความรู้ โดยไม่มีหลักฐาน อุปมัยดังเช่น คนหาไม้ฟืนยามค่ำคืน ,เขาแบกมัดของไม้ฟืน และในนั้นมีงูจะกัดเขาอยู่ โดยที่เขาไม่รู้ ,อัลบัยฮะกีย์ได้ระบุเอาไว้
- อะอฺลามุลมุวักกิอีน เล่ม 1 หน้า 139

และข้างล่างคือ สายรายงาน

سَمِعْتُ أَبَا الْعَبَّاسِ مُحَمَّدَ بْنَ يَعْقُوبَ , يَقُولُ : سَمِعْتُ الرَّبِيعَ بْنَ سُلَيْمَانَ ، يَقُولُ : سَمِعْتُ الشَّافِعِيَّ , يَقُولُ : " مثل الَّذِي يَطْلُبُ الْعِلْمَ بِلا حُجَّةٍ , مثل حَاطِبِ لَيْلٍ يَحْمِلُ حَطَبًا فِيهَا أَفْعَى , تَلْدَغُهُ وَهُوَ لا يَدْرِي " . قَالَ نُمَيْرٌ : أَبُي الْعَبَّاسِ , عَنِ الرَّبِيعِ : مثل الَّذِي يَطْلُبُ الْحَدِيثَ بِلا إِسْنَادٍ .
وأخرج البيهقي في "المدخل" (ص211/رقم263

والله أعلم بالصواب


วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2558

พูดเรื่องศาสนา ต้องอ้างอิงหลักฐาน


อิหม่ามชาฟิอี (ร.ฮ) กล่าวว่า

لَيْسَ ِلاَحَدٍ دُوْنَ الرَّسُوْلِ اللهِ صَلَّىاللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ اَنْ يَقُوْلَ اِلاَّ بِاْلاِسْتِدْلاَلِ وَلاَ يَقُوْلُ بِمَا اسْتَحْسَنَ فَاِنَّ الْقَوْلَ بِمَا اسْتَحْسَنَ شَيْءٌ يُحْدِثهُ لاَ عَلَى مِثَالٍ سَابِقٍ

"ไม่อนุญาตแก่บุคคลใด อื่นจากรซูลุลลอฮ ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม พูด (เกี่ยวกับศาสนา) นอกจาก ด้วยการอ้างอิงหลักฐาน และ เขาอย่ากล่าวอ้าง ด้วยสิ่งที่เขาคิดเห็นว่าดี เพราะแท้จริง การกล่าวอ้างด้วยสิ่งที่เขาคิดเห็นว่าดี (โดยไม่มีหลักฐาน)นั้น คือสิ่งที่ถูกประดิิษฐ์ขึ้นมาใหม่ ที่ไม่มีแบบอย่างมาก่อน
- อัรริสาละฮ หน้า 40