การจัดเลี้ยงที่อ้างว่าทำบุญอุทิศผลบุญให้ผู้ตายที่บ้านคนตาย ที่ปรากฏให้เห็นในสังคมมุสลิมบ้านเรา
โดยจัดเลี้ยงกันแบบพิธีกรรมเป็นการเฉพาะ ใน 3 วันแรก วันครบ 7 วันครบ 40 วันครบ 100 วัน นับแต่วันตาย โดยมีการเชิญโต๊ะลาไบมาทำพิธีด้วยการนำอายะฮ์อัลกุรอาน การซิกรุลลอฮ์ และบทดุอาอ์ที่เรียบเรียงขึ้นมาประกอบในพิธี จากนั้นก็อัญเชิญโต๊ะลาไบรับประทานอาหาร ซึ่งชาวบ้านทั่วไปก็เข้าใจว่ามันเป็นพิธีกรรมตามซุนนะฮ์ ที่ท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) และเหล่าเศาะหาบะฮ์ ตลอดชาวสลัฟถัดมาได้ปฏิบัติเป็นแบบอย่างเช่นการปฏิบัติกันมาแล้ว แต่หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ กลับไม่พบร่องรอยการปฏิบัติเช่นนั้นเลย ทั้งที่มีผู้เสียชีวิตคนแล้วคนเหล่าในยุคนั้น แม้แต่ท่านหญิงฆอดียะฮ์ (ร่อฎียัลลอฮุอันฮา) ภรรยาผู้เป็นอันที่รักของท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ก็ตามที ก็ไม่ปรากฎว่านบีทำเช่นนั้น แต่กลับมีการฟัตวา และต่อต้านในเรื่องนี้ว่าเป็นบิดอะฮ์ที่น่ารังเกียจของเหล่านักปราชญ์ทั้งหลาย
สำหรับตำรากีตาบที่เรียนกันในปอเนาะหลายแห่งในบ้านเรา หลายปอเนาะ หลายเล่มที่ได้กล่าวว่า การจัดเลี้ยงบ้านคนตายเป็นที่น่ารังเกียจและบิดอะฮ์ ได้แก่
เชค ดาวุด ฟาตอนี(โตะครูแห่งฟาตอนี)กล่าวว่า
"การจัดเลี้ยงเมือมีคนตาย(ที่บ้านคนตายโดยญาติผู้ตาย)ในวันตายหรือหลังวันตายไม่ว่าจะเป็น3วัน7วัน20วัน40วัน ท่านกล่าวว่า"มักรุฮ"เป็นสิ่งที่ถูกตำนิและห้ามโดยศาสนา ทำแล้วไม่ได้บุญ ศาสนาห้ามอีกต่างหาก
ท่านยังได้กล่าวอีกว่า หากมีผู้ตายได้สั่งเสียก่อนตายว่าหากเขาตายลง ให้ทำบุญ2,3,7,20,40วันให้เขาด้วย ญาติไม่จำเป็นต้องทำตาม เพราะศาสนาไม่อนุญาตนั่นเอง
เชค ดาวุด ฟาตอนี ไดัเขียนไว้ในกีตาบของเขา
ที่ชื่อว่า"ฟูรูอุลมะซาอิล
*มักรูฮและบิดอะฮครอบครัวผู้ตายทำอาหารเชิญผู้คนมากิน ก่อนและหลังจากฝัง
ตามที่ประเพณีที่ผู้คนได้ปฏิบัติกัน
*มักรูฮและบิดอะฮผู้ที่ถูกเชิญ ตอบรับคำเชิญ
(จากหนังสือปอเนาะ ชื่อ บุฆยาตุฏฏุลลาบ ของเช็คดาวูด ฟะฏอนี เล่ม 2 หน้า 33-34)
*มักรูฮฺและบิดอะฮฺครอบครัวผู้ตายทำอาหารแล้วเชิญผู้คนมารับประทาน
*มักรูฮฺและบิดอะฮฺรับคำเชิญของครอบครัวผู้ตาย
(จากตำราปอเนาะ ชื่อ สะบีลุลมุฮตะดีย์ เล่ม 2 หน้า 87)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น