อัสลามมุอาลัยกุมวาเราะฮมาตุลลอฮิวาบารอกาตุ

ครับ...มนุษย์ทุกคนล้วนปรารถนาชีวิต แต่ไม่ช้าก็เร็ว เขาก็ต้องได้พบกับความตาย ถึงแม้เขาจะทำอะไรเก็บไว้มากมาย แต่เมื่อความตายมาถึงมันก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเขาไม่ทันได้เตรียมตัว มนุษย์มักมีเป้าหมายที่จะสร้างความสำเร็จและความรุ่งเรืองขึ้นบนโลก แต่ความตายก็มาทำลายภาพลวงแห่งสำเร็จที่เขาได้วาดหวังไว้ ด้วยเหตุนี้ความตายจึงสอนเขาว่าเขาไม่มีอำนาจอะไรเลยก่อนตาย

เราจะต้องเรียนรู้ความจริงจากความตาย เพราะความลับของชีวิตถูกซ่อนไว้อยู่ในนั้น ความตายแสดงให้เราเห็นว่าเราไม่ใช่นายของตัวเอง เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้เพียงชั่วคราวเท่านั้นโลกนี้มิใช่สถานที่สำหรับการทำให้ความฝันของเราเป็นจริง ความตายสอนให้เรารู้ว่าเราควรจะมีชีวิตอย่างไรมันบอกให้เรารู้ถึงหนทางไปสู่ความสำเร็จที่แท้จริงต่างหาก...!!!

วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ซัยยิด กุฏบ์ อดีตแกนนำและผู้ทรงอิธิพลของพวกอิควาน สนับสนุนการวางระเบิด



ซัยยิด กุฏบ์ อดีตแกนนำและผู้ทรงอิธิพลของพวกอิควาน สนับสนุนการวางระเบิด การลอบสังหาร ....



ซัยยิดกุฏบ์ได้กล่าวใว้ในเอกสารชื่อว่า “เหตุใดพวกเขาจึงจับฉันประหาร (ลิมาซาอะอ์ดะมูนี หน้าที่ 34 ) :

"وهذه الأعمال هي الرد فور وقوع اعتقالات لأعضاء التنظيم بإزالة رءوس في مقدمتها رئيس الجمهورية ورئيس الوزراء ومدير مكتب المشير ومدير المخابرات ومدير البوليس الحربي، ثم نسف لبعض المنشآت التي تشل حركة مواصلات القاهرة لضمان عدم تتبع الإخوان فيها وفي خارجها كمحطة الكهرباء والكباري...

ความว่า : และการกระทำเหล่านี้ (การวางระเบิด ) คือการตอบโต้อย่างทันควันเมื่อมีการจับกุมสมาชิกของขบวนการ ด้วยการกำจัดพวกหัวโจกทั้งหลายเริ่มจากประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี ผอ.สำนักจอมพล ผอ.หน่วยสืบราชการลับ ผอ.ตำรวจ จากนั้นก็มีการระเบิดถล่มอาคารต่างๆซึ่งทำให้การจราจรในกรุงไคโรเป็นอัมพาตไปเลย ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อเป็นการประกันไม่ให้พวกอิควานถูกตามตัวได้ทั้งในกรุงไคโรและนอกกรุงไคโร อาคารต่างๆที่โดนถล่มนั้นเช่นโรงไฟฟ้า สะพานเป็นต้น.


Cr : อ. Khalid Pantrakul
อ.คอลิด ปานตระกูล



วันพุธที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

รายอแน” ออกอีด (อีกครั้ง) หลังถือศีลอด 6 วันเดือนเชาวาล





แปลและเรียบเรียงโดย Om Omar Muktar

ในอียิปต์ก็มีเรื่องทำนองนี้ คือ เรียกวันออกบวช 6 ว่า ‘อีดิลอับรอร’ โดยผู้คนจะไปรวมตัวกันที่มัสญิดอัลหุสัยน์ หรือมัสญิดซัยนับ แล้วก็มีการกลับไปทำอาหารพิเศษ เช่น ข้าวหุงกับนมรับประทานกันที่บ้าน โดยชัยค์มุหัมมัด อะห์มัด อับดุสสะลาม คิฎร์ อัชชุก็อยรี กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวเป็นอุตริกรรม (บิดอะฮ์) และท่านเรียกอีดนี้ว่า ‘อีดิลฟุจญาร’ คือ อีดของคนชั่ว ไม่ใช่ ‘อีดิลอับรอร’ คือ อีดของคนดี
[ดูเพิ่มเติมได้ที่ มุหัมมัด อะห์มัด อับดุสสะลาม คิฎร์ อัชชุก็อยรี, อัสสุนัน วัลมุบตะดะอาตฯ, (ไคโร: ดารุลกิตาบ วัสสุนนะฮ์, 2010), น. 186.]


อิบนุหะญัร อัลฮัยตะมี กล่าวว่า เป็นที่ชัดเจนยิ่งว่า ไม่อนุญาตให้ผู้ใดยึดมั่นและศรัทธาว่าวันที่ 8 ของเดือนเชาวาลเป็นวันอีดที่มีถูกบัญญัติไว้ในอิสลาม ดั่งเช่นวันอีดิลฟิฏร์และอีดิลอัฎหา ยิ่งกว่านั้นอุละมาอ์บางท่านถึงกับระบุว่า ไม่อนุญาตให้เรียกวันนั้นว่าวันอีดที่ควรแก่การแสดงออกด้วยสัญลักษณ์ต่าง ๆ ของวันอีด เช่น การสวมเสื้อผ้าที่สวยงาม การจัดเลี้ยงอาหารที่หลากหลายชนิด และการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เฉกเช่นการปฏิบัติในวันอีดิลฟิฏร์และอีดิลอัฎหา
[ดูเพิ่มเติมได้ที่ อิบนุหะญัร อัลฮัยตะมี, อัลฟะตาวา อัลกุบรอ อัลฟิกฮียะฮ์, (อียิปต์: อับดุลหะมีด อะห์มัด หะนะฟี, ม.ป.ป.), ล. 1 น. 272.]
#อิบนุหะญัร_อัลฮัยตะมี (ฮ.ศ. 909-974) #ปราชญ์แห่งมัซฮับอิมามอัชชาฟิอี ในระดับปราชญ์ผู้จดจำหลักการแห่งมัซฮับ (حفظة المذهب) –เช่นเดียวกับชัมสุดดีน อัรร็อมลี (ฮ.ศ. 919-1004)– อิบนุหะญัร อัลฮัยตะมีได้ประพันธ์ตำรานิติศาสตร์อิสลามนามอุโฆษ เช่น “ตุห์ฟะตุลมุห์ตาจญ์ บิชัรห์ อัลมินฮาจญ์” ฯลฯ


❝ส่วนการยึดถือเอาเทศกาลหนึ่งเทศกาลใด (นำมาสมโภชเฉลิมฉลอง) –นอกเหนือไปจากเทศกาลที่มีระบุไว้ตามศาสนบัญญัติ– เช่น บางคืนของเดือนเราะบีอุลเอาวัลที่เรียกกันว่า ‘คืนเมาลิด’ หรือบางคืนของเดือนเราะญับ หรือวันที่ 18 เดือนซุลหิจญะฮ์ หรือศุกร์แรกของเดือนเราะญับ หรือวันที่ 8 เดือนเชาวาลซึ่งผู้โง่เขลาเรียกมันว่า ‘อีดิลอับรอร’ แท้จริงมันเป็นส่วนหนึ่งจากอุตริกรรม (บิดอะฮ์) ที่บรรดาชาวสะลัฟไม่ได้สนับสนุนให้กระทำมันและพวกเขาก็ไม่ได้กระทำมันเช่นกัน –วัลลอฮุ สุบหานะฮุ วะตะอาลา อะอ์ลัม–❞
[อะห์มัด อิบนุตัยมียะฮ์, มัจญ์มูอ์ ฟะตาวา, (มะดีนะฮ์: มุญัมมะอ์ อัลมะลิก ฟะฮฺด์ฯ, 2004), ล. 25 น. 298.]


❝และสำหรับวันที่ 8 ของเดือนเชาวาลนั้น ไม่ใช่วันตรุษ (อีด) สำหรับบรรดาคนดี (อับรอร) และคนชั่ว (ฟุจญาร) และไม่อนุญาตแก่คนหนึ่งคนใด ที่จะเชื่อว่ามันคือวันอีด และเขาจะไม่ประดิษฐ์สิ่งใด ๆ ขึ้นมาใหม่จากบรรดาสิ่งที่เป็นเครื่องหมายของบรรดาวันอีด❞
[ตะกียุดดีน อิบนุตัยมียะฮ์, อัลฟะตาวา อัลกุบรอ, มุหัมมัด อับดุลกอดิร อะฏอ และมุศเฏาะฟา อับดุลกอดิร อะฏอ (บรรณาธิการ), (เบรุต: ดารุลกุตุบ อัลอิลมียะฮ์, 1987), ล. 5 น. 379.]



วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559

วีรบุรุษของท่าน คือใคร ?


.
มีผู้ชายคนหนึ่ง ที่ผู้เป็นพ่อของเขาได้จากเขาไปตั้งแต่เขาอยู่ในครรภ์ของมารดา
และแล้วมารดาของเขาก็ได้จากเขาไปเมื่อเขาอายุได้หกขวบ
เขาก็ได้ใช้ชีวิตอยู่กับคุณปู่ของเขา จนกระทั่งคุณปู่ของเขาได้จากเขาไปเมื่อเขาอายุได้แปดขวบ
แล้วเขาก็ได้มาอาศัยอยู่กับคุณลุงของเขา และเริ่มใช้ชีวิตคู่ แต่ก็ไม่นานนัก คู่ชีวิตของเขาก็ได้จากเขาไป และคุณลุงของเขาก็ได้จากเขาไปในปีเดียวกันกับคู่ชีวิตของเขา
ลูกชายของเขาทั้งสองคนที่ได้จากเขาไปนั้น อายุของพวกเขายังไม่ถึงสองขวบเลย และลูกสาวของเขาก็ได้จากเขาทั้งหมดไป ยกเว้นฟาฏิมะฮฺ
หัมซะฮฺ คนที่เป็นคุณลุงของเขานั้นก็ถูกฆ่าตาย มิหนำซ้ำศพก็ยังถูกแทงด้วยของมีคมและถูกชำแหละ และตับก็ถูกควักออกมากิน
เขาถูกขับไล่จากเมืองฏออิฟ และถูกตามจากพวกเด็ก ๆ ที่คอยต่อว่า และขว้างปาด้วยก้อนหิน แล้วเขาก็ให้อภัยแก่ชาวเมืองฏออิฟทั้งหลาย
ในสงครามอุหุด ฟันของเขาได้หักไปหลายซี่ แล้วเลือดก็หลั่งไหลออกมาจากใบหน้าของเขา
เวลาที่เขาสุญูด มีผู้คนได้นำสิ่งสกปรกโสโครกมาวางที่หัวของเขา ทั้ง ๆ ที่เขากำลังก้มสูญูดอยู่ และเขาก็ยังคงสูญูดต่อไป โดยที่ไม่ได้ยกหัวของเขาขึ้นเลย แล้วเขาก็ยังให้อภัยกับการกระทำของพวกเขาทั้งหลาย
พวกเขาดึงพาสาระบั่นของเขา แล้วเอามาพันที่คอของเขาแล้วดึงให้แน่นจนเขาหายใจไม่ออก แล้วเขาก็ยังให้อภัยแก่พวกเขา
พวกเขาได้วางหนามและเศษขยะบนทางเดินของเขา แล้วเขาก็ยังให้อภัยแก่พวกเขาทั้งหลาย
ตัวของเขาถูกใส่ด้วยของมีคมและเป็นพิษ (ไสยศาสตร์) และยังถูกขับไล่ออกจากเมืองของเขา แล้วเขาก็ยังให้อภัยแก่พวกเขาทั้งหลาย
และหลังจากทั้งหมดที่เขาถูกกระทำมาด้วยสิ่งที่ไม่ดีนี้ เขาก็ได้ยืนละหมาดในยามค่ำคืน จนกระทั่งขาทั้งสองข้างของเขานั้นบวม แล้วเขาก็ถูกถามว่า : ท่านได้กระทำมาแบบนี้เพื่ออะไร ?
เขาก็ได้ตอบไปว่า : จะให้ฉันเป็นบ่าวที่คอยขอบคุณต่ออัลลอฮฺมิได้หรือ ?


.
บทความดี ๆ โดย : قصص وعبر
ถอดความและเรียงคำโดย : อูลุล อัลบ๊าบ


เจ็ดอย่างที่มีค่า ที่คนเรามักทำให้มันนั้นไร้ค่า




.
1. ความรู้ ที่คนเราไม่นำมาปฏิบัติ
2. การปฏิบัติ ที่คนเรามักไม่มีความอิคลาศ (บริสุทธิ์ใจ)
3. ทรัพย์สิน ที่คนเราใช้ไปโดยไม่เคยบริจาคทาน (เศาะดะเกาะฮ์)
4. เวลา ที่คนเราใช้มันไปอย่างไร้ค่า
5. ความคิด ที่คนเราใช้สมองอย่างไม่มีสติและปัญญา
6. เพื่อนพ้อง ที่คนเรามีแต่ไม่เคยชักจูงเราไปสู่ความชิดใกล้ต่ออัลลอฮฺเลย
7. และความหวั่นกลัวของคุณ จากคนที่ไม่นำมาซึ่งประโยชน์และโทษใด ๆ ให้แก่คุณเลย
.



ข้อความดี ๆ โดย : الصفحة الرسمية للشيخ د. محمد العريفي
ถอดความและเรียงคำโดย : อูลุล อัลบ๊าบ



สามอะมาล จะไม่ถูกนำมาชั่งในวันกิยามะฮฺ



3 อะมาล จะไม่ถูกนำมาชั่งในวันกิยามะฮฺ เป็นเพราะค่าของมันยิ่งใหญ่เกินกว่าจะนำมาชั่ง

1) ความอดทน
อัลลอฮฺทรงได้กล่าวไว้ว่า : แท้จริงบรรดาผู้อดทนนั้นจะได้รับการตอบแทนรางวัลของพวกเขาอย่างสมบูรณ์โดยไม่ต้องคำนวณ (ซูเราะฮฺ อัซ ซุมัร : 10)

2) ถือศีลอด
ในหะดีษเศาะหีหฺบุคอรียฺ ท่านนบีศ็อลฯ ได้กล่าวว่า : ทุก ๆ การงานของลูกหลานอาดัมทุกคนเจาะจงสำหรับเขาเอง ยกเว้นการถือศีลอด จะเจาะจงสำหรับข้า และข้าจะตอบแทนเอง”

3) ให้อภัยแก่ผู้คน
อัลลอฮฺทรงได้กล่าวไว้ว่า : แต่ผู้ใดอภัย และไกล่เกลี่ยคืนดีกัน รางวัลตอบแทนของเขาอยู่ที่อัลลอฮฺ (ซูเราะฮฺ อัช ชูรอ : 40)

ในวันกิยามะฮฺ จะมีผู้ที่ตะโกนเรียกว่า : ผู้คนที่อัลลอฮฺทรงตอบแทนอยู่ที่ใด ?

คนที่จะขานตอบรับในวันนั้น คือ บรรดาผู้ที่อดทน บรรดาผู้ที่ถือศีลอด และบรรดาผู้ที่ให้อภัยแก่ผู้คน

.
ข้อความดี ๆ โดย : Mohamed Alaa El Dein
ถอดความและเรียงคำโดย : อูลุล อัลบ๊าบ


จงมอบความสุขให้แก่คนที่มีความทุกข์



มีเศรษฐีชาวซาอุดีอาราเบียคนหนึ่ง มีนามว่า สุไลมาน อัร รอญิฮีย์ ได้เล่าว่า :
.
เมื่อก่อนผมเป็นคนหนึ่งที่ยากจนมาก ๆ ถึงขั้นไม่มีเงินไปเที่ยว (ทัศนศึกษา) ที่ทางโรงเรียนได้จัดเที่ยว การเก็บเงินไปเที่ยวในตอนนั้นเพียงแค่หนึ่งริยาลเท่านั้น แต่สถานะครอบครัวที่บ้านไม่มีเงินจำนวนนั้นให้แก่ผมได้เลย เด็กผู้ชายตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งที่อยากจะมีความสุขในการไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ แต่ก็ไม่สามารถที่จะไปเที่ยวได้ ในตอนนั้น ผมรู้สึกเสียใจที่สุด ผมได้แต่ร้องห่มร้องไห้ แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็ได้เกิดขึ้น
ในห้องเรียน มีครูชาวปาเลสไตน์คนหนึ่งได้ถามคำถามหนึ่ง ซึ่งผมเป็นคนที่ตอบคำถามนั้นได้ ครูคนนั้นก็ได้มอบของขวัญให้ เป็นเงินจำนวนหนึ่งริยาล พร้อมกับการปรบมือของเพื่อน ๆ ในห้องเรียน
หลังจากนั้นผมก็ไม่ลังเลใจในการใช้เงินที่ครูได้มอบให้ โดยการใช้จ่ายไปร่วมทัศนศึกษากับเพื่อน ๆ ได้ในที่สุด ในตอนนั้น มันทำให้ผมดีใจที่สุดในชีวิต ที่ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ผมได้แต่ร้องห่มร้องไห้ ความสุขในวันนี้ มันสามารถลบความเศร้าในอดีตของผมได้ และการไปเที่ยวในวันนั้นมันทำให้ผมมีความสุขเป็นเดือนเลยทีเดียว

วันเวลาก็ได้ผ่านพ้นไป ผมมีงานทำ และผมก็เลือกงานที่สามารถนำพาประโยชน์ให้แก่ผู้คนและช่วยเหลือสังคม จู่ ๆ ผมก็คิดถึงครูของผมที่เคยให้เงินรางวัลแก่ผม มันทำให้ผมฉุกคิดขึ้นมาว่า การให้ของครูในวันนั้น มันเป็นเศาะดะเกาะฮฺ หรือว่า เป็นของขวัญ (การตอบแทน) ? ผมก็ไม่รู้ถึงเจตนารมณ์ของครูในวันนั้น มันก็เลยทำให้ผมอยากที่จะไปหาครูของผม เพื่อที่อยากจะรู้ถึงตัวเขาและการเป็นอยู่ของเขา
ผมก็เริ่มไปหาเขา สุดท้ายก็เจอกับเขาจริง ๆ แต่อยู่ในสภาพที่ยากลำบาก ไม่มีงานทำ และแก่ชราอีกด้วย ผมก็ทำความรู้จักตัวผมให้เขาได้ทราบ
ผมพูดว่า : ครูครับ ผมยังติดหนี้กับครูเป็นจำนวนที่มหาศาลมาก เมื่อนานมากแล้วครับ
ครูก็พูดว่า : มีคนติดหนี้กับผมด้วยรึ ?
ผมก็พูดว่า : ครูจำนักเรียนคนหนึ่งที่ครูให้เงินเขาไปหนึ่งริยาลได้ไหม ? ที่เขาได้ตอบปัญหาของครูในวันนั้น
หลังจากนั้นครูก็หัวเราะออกมา แล้วพูดว่า : ใช่ ๆ ผมยังจำได้อยู่ หรือว่าที่คุณมาหาผมในวันนี้ จะมาใช้เงินหนึ่งริยาลให้ผมใช่ไหม ?
ผมก็ตอบไปว่า : ใช่
ผมก็เลยชวนเขาขึ้นรถไปสถานที่แห่งหนึ่ง เป็นสถานที่สวยมาก มีบ้านหลังใหญ่มาก แล้วเราก็เดินเข้าไปข้างใน
แล้วผมก็พูดว่า : ครูครับ นี่คือทั้งหมดที่ผมจะใช้หนี้ให้แก่ครูในวันนี้ เป็นบ้านนี้หนึ่งหลัง รถยนต์หนึ่งคัน และเงินเดือนที่ครูจะต้องใช้ในแต่ละเดือนจนถึงชีวิตของครูสิ้นลมหายใจครับ
ครูก็ตกใจ แล้วพูดว่า : แต่สิ่งที่คุณให้มานี่เยอะมาก ๆ เลยนะ
ผมก็พูดว่า : เชื่อผมเถอะครับครู แท้จริงแล้ว ความสุขของผมเพียงแค่หนึ่งริยาลที่ผมได้ในวันนั้น มันมีมากกว่าความสุขของครูที่ได้ในวันนี้ และผมก็ไม่มีวันลืมกับความสุขนั้นจนถึงทุกวันนี้
แล้วท่านก็ได้ทิ้งท้ายด้วยคำว่า : จงมอบความสุขให้แก่คนที่มีความทุกข์ แล้วก็จงรอผลตอบแทนจากเอกองค์อัลลอฮฺ ซุบหานะฮุวะตะอาลา
.

บทความดี ๆ โดย : قصص وعبر
ถอดความและเรียงคำโดย : อูลุล อัลบ๊าบ


วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2559

การค้นพบที่อัศจรรย์ใจที่สุดของนักสำรวจบ่อน้ำซัมซัม


“บ่อน้ำซัมซัมในนครมักกะฮ์ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากอาคารกะอ์บะฮ์ 20 เมตร มีความลึก 30 เมตร และมีตาน้ำที่มีน้ำไหลออกมาปริมาณ 18 ลิตร/วินาที”

Young Journalist Club (yjc) รายงาน โดยอ้างจาก “รัสเซียทูเดย์” ว่า : บ่อน้ำซัมซัมในนครมักกะฮ์ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากอาคารกะอ์บะฮ์ 20 เมตร มีความลึก 30 เมตร และมีน้ำไหลออกมาจากตาน้ำในบ่อปริมาณ 18 ลิตรต่อวินาที

ตามรายงานนี้ นักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งได้ลงไปสำรวจในบ่อน้ำนี้ เพื่อที่จะรับรู้ถึงแหล่งที่มาของบ่อน้ำซัมซัม แต่เข็มทิศที่พวกเขาได้นำลงไปติดตัวนั้นเสียและไม่ทำงาน และเข็มทิศอื่น ๆ ที่พวกเขานำติดตัวลงไปในบ่อน้ำนั้นก็ไม่ทำงานเช่นกัน ท้ายที่สุดพวกเขาก็ไม่สามารถระบุทิศทางของแหล่งที่มาของน้ำจากบ่อน้ำซัมซัมได้

ต่อจากนั้นบรรดานักวิทยาศาสตร์ได้นำเอากล้องถ่ายรูปต่าง ๆ ลงไปในบ่อน้ำ เพื่อที่จะรับรู้ถึงสาเหตุที่ทำให้เข็มทิศหยุดการทำงาน แต่ทันใดนั้นพวกเขาก็พบว่ามีบางสิ่งอยู่ภายในบ่อน้ำนั้น ดังนั้นนักประดาน้ำหลายคนได้ลงไปในบ่อน้ำพร้อมกับติดถังออกซิเจนลงไปเพื่อที่จะนำเอาสิ่งนั้นขึ้นมา

นักประดาน้ำได้พบภาชนะโบราณและเหรียญโลหะต่าง ๆ และบางส่วนของมันก็ไม่มีตราสัญลักษณ์ใด ๆ และพบหินอ่อนหลายชิ้นซึ่งมีการเขียนชื่อต่าง ๆ ไว้

เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการตรวจสอบน้ำจากบ่อน้ำซัมซัมผู้หนึ่งได้ประกาศว่า : บ่อน้ำซัมซัมมีลักษณะเป็นแนวตั้ง และในส่วนปลายของแนวตั้งนั้นโน้มเอียงไปยังทิศทางของอาคารกะอ์บะฮ์ ในส่วนที่โน้มเอียงไปนี้มีรูหนึ่งจากก้อนหิน ซึ่งน้ำซัมซัมจะออกมาจากรูของก้อนหินนี้

ประเด็นที่น่าประหลาดก็คือว่า เมื่อนักประดาน้ำได้นำตัวอย่างของน้ำจากบ่อน้ำซัมซัมขึ้นมาทำการตรวจสอบ ก็พบว่าน้ำจากบ่อน้ำนี้ไม่มีจุลินทรีย์ใด ๆ ที่ถูกพบในน้ำปกติทั่วไปเลย



ที่มา : Young Journalist Club (yjc)