อัสลามมุอาลัยกุมวาเราะฮมาตุลลอฮิวาบารอกาตุ

ครับ...มนุษย์ทุกคนล้วนปรารถนาชีวิต แต่ไม่ช้าก็เร็ว เขาก็ต้องได้พบกับความตาย ถึงแม้เขาจะทำอะไรเก็บไว้มากมาย แต่เมื่อความตายมาถึงมันก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเขาไม่ทันได้เตรียมตัว มนุษย์มักมีเป้าหมายที่จะสร้างความสำเร็จและความรุ่งเรืองขึ้นบนโลก แต่ความตายก็มาทำลายภาพลวงแห่งสำเร็จที่เขาได้วาดหวังไว้ ด้วยเหตุนี้ความตายจึงสอนเขาว่าเขาไม่มีอำนาจอะไรเลยก่อนตาย

เราจะต้องเรียนรู้ความจริงจากความตาย เพราะความลับของชีวิตถูกซ่อนไว้อยู่ในนั้น ความตายแสดงให้เราเห็นว่าเราไม่ใช่นายของตัวเอง เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้เพียงชั่วคราวเท่านั้นโลกนี้มิใช่สถานที่สำหรับการทำให้ความฝันของเราเป็นจริง ความตายสอนให้เรารู้ว่าเราควรจะมีชีวิตอย่างไรมันบอกให้เรารู้ถึงหนทางไปสู่ความสำเร็จที่แท้จริงต่างหาก...!!!

วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

อัลกุรอานต่างหากที่รักษาตัวของเขา



มีคนได้พูดกับท่านหะซัน อัลบัศรียฺว่า : มีคนหนึ่งได้ท่องจำ (รักษา) อัลกุรอาน
ท่านก็ได้ตอบไปว่า : อัลกุรอานต่างหากที่รักษาตัวของเขา (ผู้อ่าน)
ถ้าหากว่าท่านอยากได้รับกับสิ่งที่เป็นสิริมงคลในวันเวลาของท่านและในงานการของท่าน ท่านก็จงสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับอัลกุรอาน อย่าได้ห่างจากอัลกุรอาน เพราะว่ามันเป็นแสงสว่าง ท่านจงเป็นนักอ่านอัลกุรอาน (อ่านอย่างสม่ำเสมอ) ก็เพราะว่าผู้ที่อ่านอัลกุรอานนั้น เขาจะไม่เรียกร้องหรือตามหาซึ่งความโศกเศร้า เสียใจและความคับแคบใจ

บุคคลที่ดีท่านหนึ่งได้กล่าวว่า : ฉันไม่เคยเห็นเพื่อนคนไหนที่สามารถยกระดับคุณค่าของเพื่อนเขาเหมือนอัลกุรอาน ดังนั้น ความดีงามสำหรับใครก็ตามแต่ ที่เลือกอัลกุรอานมาเป็นเพื่อนของเขา
และอัลกุรอานก็เปรียบเสมือนเพื่อน ยิ่งนานวันที่ได้คบหากัน ท่านก็จะยิ่งรู้จักกันมากยิ่งขึ้น และรู้ถึงความลับของเขา และเพื่อนคนใดก็ตามแต่ เขาจะไม่เล่าความลับของเขาเป็นอันขาด สำหรับคนที่อยู่เคียงข้างเขาเพียงแค่ไม่กี่นาที แล้วก็เดินจากเขาไป สำหรับอัลกุรอานก็เช่นเดียวกัน
.



ข้อความดี ๆ โดย : ذكر الله و الرسول
ถอดความและเรียงคำโดย : อูลุล อัลบ๊าบ

ระวังบรรดาผู้นำที่ทำให้ลุ่มหลง




عَنْ ثَوْبَانَ قَالَ : قَالَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ إِنَّمَا أَخَافُ عَلَى أُمَّتِي الْأَئِمَّةَ الْمُضِلِّين

รายงานจากเษาบาน กล่าวว่า รซูลุลลอฮ ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “ความจริง ฉันกลัวบนอุมมะฮของฉัน คือบรรดาผู้นำที่ทำให้ลุ่มหลง – อะหมัด 22393 ,สุนันอัตติรมิซีย์ 2229 ,อัดดาริมีย์ 215 และคนอื่นๆ

อัลมุบาเราะกะฟูรีย์ กล่าวว่า

قَوْلُهُ : ( إِنَّمَا أَخَافُ عَلَى أُمَّتِي الْأَئِمَّةَ الْمُضِلِّينَ ) أَيْ دَاعِينَ إِلَى الْبِدَعِ وَالْفِسْقِ وَالْفُجُورِ

คำพูดของท่านนบีที่ว่า (“ความจริง ฉันกลัวบนอุมมะฮของฉัน คือ บรรดาผู้นำที่ทำให้ลุ่มหลง) หมายถึง บรรดาผู้ที่เชิญชวนไปสู่บิดอะฮ ,การทำชั่วและการกระทำบาป – ดูตุหฟะตุลอะหวะซีย์ อธิบายหะดิษหมายเลข 2229 เรือง
بَاب مَا جَاءَ فِي الْأَئِمَّةِ الْمُضِلِّينَ



ผู้ที่เชิญชวนผู้อื่นไปสู่แนวทางที่ลุ่มหลง เขาจะต้องแบกรับความผิดของผู้ที่ปฏิบัติตามเขาด้วย




จากท่านอบีหุร็อยรอฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุได้กล่าวว่า ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวว่า

مَنْ دَعَا إلَى هُدَىً، كَانَ لَـهُ مِنَ الأَجْرِ مِثْلُ أُجُورِ مَنْ تَبعَهُ، لا يَنْقُصُ ذلِكَ مِنْ أُجُورِهِـمْ شَيْئاً، وَمَنْ دَعَا إلَى ضَلالَةٍ، كَانَ عَلَيْـهِ مِنَ الإثمِ مِثْلُ آثَامِ مَنْ تَبعَهُ، لا يَنْقُصُ ذلِكَ مِنْ آثامِهِـمْ شَيْئاً

ความว่า : “ผู้ใดเชิญชวนผู้อื่นไปสู่แนวทางที่ถูกต้อง เขาก็จะได้รับผลบุญเท่ากับผลบุญของผู้ปฏิบัติตามคำเชิญชวนของเขา โดยที่ผลบุญของเขาเหล่านั้นไม่ได้ลดน้อยไปจากผลบุญของพวกเขาแต่ประการใด และผู้ใดที่เชิญชวนผู้อื่นสู่ทางลุ่มหลง เขาก็จะได้รับผลบาปเท่ากับผลบาปของผู้ปฏิบัติตามคำเชิญชวนของเขา โดยที่ผลบาปไม่ได้ลดน้อยไปจากผลบาปของ พวกเขาแต่ประการใด”
บันทึกโดยมุสลิม [บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 2674]



หยุดเข่นฆ่าโรฮิงญา


ชาวโรฮิงญา พวกเธอ ก็คือมนุษย์  หยุดเข่นฆ่า หยุดล้างเผ่าพันธุ์ อย่าเผาทำลายบ้านของพวกเธอ และอย่าขับไล่พวกเธอเลย


ชายมุสลิมถูกเผาทั้งเป็น





จงศอลาวาตให้ผู้ชายคนนี้



ฉันยังจินตนาการไม่ออกเลยว่า
มีอะไรโหดร้ายไปกว่า การที่อาคิเราะฮฺ
เราเป็นคนแปลกหน้าสำหรับท่านนบี ?
ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม
ศอลาวาตให้ผู้ชายคนนี้มาก ๆ เถิด
เผื่อวันนั้น เราจะได้ยืนในที่ประเสริฐเฉกเช่นท่าน
ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม
...................................
(โดย : คุณครูขนมปัง /จากหนังสือ : เศษดิน ต้นไม้ และปลายฝัน)

ศาสนาอิสลามคืออะไร




อิบนุอบีลอิซ อัดดะมัชกีย์(ร.ฮ) กล่าวว่า

فَدِينُ الْإِسْلَامِ هُوَ مَا شَرَعَهُ اللَّهُ سُبْحَانَهُ وَتَعَالَى لِعِبَادِهِ عَلَى أَلْسِنَةِ رُسُلِهِ ، وَأُصُولُ هَذَا الدِّينِ وَفُرُوعُهُ مَوْرُوثَةٌ عَنِ الرُّسُلِ ،

ดังนั้น ศาสนาอิสลาม คือ สิ่งที่อัลลอฮซุบฮานะฮูวะตะอาลา ได้บัญญัติมันให้แก่บรรดาบ่าวของพระองค์ โดยผ่านคำพูดของบรรดารอซูลของพระองค์ และ รากฐาน(หลักการศรัทธา)ของศาสนานี้ และ บรรดาสาขา(หมายถึง หลักการปฏิบัติ)ของมัน คือ สิ่งที่เป็นมรดกจากบรรดารอซูล - ชัรหุอะกีดะฮ อัฏเฏาะหาวียะฮ เล่ม 2 หน้า 784

จึงสรุปได้ว่า หลักอะกีดะฮและหลักปฏิบัติศาสนกิจ ที่ไม่ได้มาจากอัลลอฮและการถ่ายทอดของรอซูล สิ่งนั้นไม่ใช่คำสอนศาสนาอิสลาม

การเอาหะดิษการเมียะรอจญ์นบีมาเป็นหลักฐานว่าอัลลอฮอยู่บนฟ้านั้นเป็นบิดอะฮวะฮบีย์จริงหรือ



ผู้โจมตีวะฮบีย์ กล่าวว่า
วะฮ์ฮาบี(คณะใหม่)กล่าวว่า อัลลอฮฺนั่งอยู่บนฟ้าสูงสุดพ้นต้นพุทราแห่งการสิ้นสุดไป ซึ่งเป็นทิศเดียวกับบัยตุลลอฮฺที่นครมักกะฮ์เนื่องด้วยตรงขึ้นไปเหนือฟ้าชั้นที่ 7 นั้นมีบัยตุลมะอฺมูรซึ่งเป็นสถานที่ทำการต่อวาฟของเหล่าบรรดามะลาอิกะฮ์ โดยวะฮ์ฮาบีใช้ตรรกะที่ว่า ท่านนะบีย์ศ็อลฯทรงขึ้นไปรับฟัรฎูละหมาดในคืนมิอฺรอจญฺพบอัลลอฮฺ ณ ที่นั้น
มหาบริสุทธิ์แห่งอัลลอฮฺเจ้า จากความเชื่อที่หลงผิด(บิดอะฮ์)ของกลุ่มวะฮ์ฮาบี

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
ผมขอชี้แจงต่อไปนี้และอนุญาตให้เอาหลักฐานทางวิชาการมาโต้แย้งได้ทุกเวลา
การอ้างหลักฐานจากหะดิษอิสรออฺและเมียะรอจญ์ เพื่อยืนยันการอยู่เบื้องสูงเหนืออะรัชของอัลลอฮ ตาอาลานั้น เป็นการยืนยันจากปราชญ์ยุคสะลัฟและเคาะลัฟ เช่น

อิหม่ามอิบนุคุซัยมะฮ (ฮ.ศ 223-311)

وَفِي الأَخْبَارِ دَلالَةٌ وَاضِحَةٌ أَنَّ النَّبِيَّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ عُرِجَ بِهِ مِنَ الدُّنْيَا إِلَى السَّمَاءِ السَّابِعَةِ ، وَأَنَّ اللَّهَ تَعَالَى فَرَضَ عَلَيْهِ الصَّلَوَاتِ عَلَى مَا جَاءَ فِي الأَخْبَارِ ، فَتِلْكَ الأَخْبَارُ كُلُّهَا دَالَّةٌ عَلَى أَنَّ الْخَالِقَ الْبَارِئَ فَوْقَ سَبْعِ سَمَاوَاتِهِ

ในบรรดาการบอกเล่า(หมายถึงหะดิษอัลเมียะรอจญ) คือหลักฐาน แสดงว่า แท้จริงนบี ศอ็ลฯ ถูกนำขึ้น จากดุนยา สู่ชั้นฟ้าที่เจ็ด และอัลลอฮ ตาอาลา ได้กำหนดละหมาดห้าเวลา ให้เป็นข้อบังคับ บนสิ่งที่มีมาในบรรดาคำบอกเล่า(หมายถึงหะดิษเมียะรอจญ์) และ บรรดาคำบอกเล่า(หะดิษ) ทั้งหมด แสดงบอกว่า พระเจ้าผู้ทรงสร้างสรรค์ ผู้ทรงให้บังเกิด อยู่เหนือเจ็ดชั้นฟ้าของพระองค์ - กิตาบุตเตาฮีด หน้า 119

อิบนุคุซัยมะฮ ปราชญยุคสะลัฟ ยืนยันว่า หะดิษเมียะรอจญเป็นหลักฐานว่าอัลลอฮอยู่เหนือเจ็ดชั้นฟ้า
อิบนุอะบิลอิซ อัดดะมัชกีย์ กล่าวว่า

وَفِي حَدِيثِ الْمِعْرَاجِ دَلِيلٌ عَلَى ثُبُوتِ صِفَةِ الْعُلُوِّ لِلَّهِ تَعَالَى

ในหะดิษเมียะรอจญ คือ หลักฐาน แสดงการยืนยัน คุณลักษณะ การอยู่เบื้องสูงของอัลลอฮตาอาลา – ดู ชัรหุอะกีดะฮอัฏเฏาะฮาวียะฮ 1/277

จึงสรุปว่า การอ้างหะดิษเมียะรอจญ เป็นหลักฐานการอยู่เบื้องสูงของอัลลอฮ นั้น ไม่ใช่อะกีดะฮบิดอะฮ อย่างที่ท่านครูผู้ใส่ร้ายวะฮบีย์โกหกบิดเบือนใส่ร้ายวะฮบีย์

والله أعلم بالصواب

........................

อะสันน  หมัดอะดั้ม