อัสลามมุอาลัยกุมวาเราะฮมาตุลลอฮิวาบารอกาตุ

ครับ...มนุษย์ทุกคนล้วนปรารถนาชีวิต แต่ไม่ช้าก็เร็ว เขาก็ต้องได้พบกับความตาย ถึงแม้เขาจะทำอะไรเก็บไว้มากมาย แต่เมื่อความตายมาถึงมันก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเขาไม่ทันได้เตรียมตัว มนุษย์มักมีเป้าหมายที่จะสร้างความสำเร็จและความรุ่งเรืองขึ้นบนโลก แต่ความตายก็มาทำลายภาพลวงแห่งสำเร็จที่เขาได้วาดหวังไว้ ด้วยเหตุนี้ความตายจึงสอนเขาว่าเขาไม่มีอำนาจอะไรเลยก่อนตาย

เราจะต้องเรียนรู้ความจริงจากความตาย เพราะความลับของชีวิตถูกซ่อนไว้อยู่ในนั้น ความตายแสดงให้เราเห็นว่าเราไม่ใช่นายของตัวเอง เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้เพียงชั่วคราวเท่านั้นโลกนี้มิใช่สถานที่สำหรับการทำให้ความฝันของเราเป็นจริง ความตายสอนให้เรารู้ว่าเราควรจะมีชีวิตอย่างไรมันบอกให้เรารู้ถึงหนทางไปสู่ความสำเร็จที่แท้จริงต่างหาก...!!!

วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2558

ถ้าตามอะกีดะฮตามแนวสะลัฟนั้นผิด แล้วที่ถูกคืออะไรหรือ



Fauzi Nonngam Fauzi
9 ชม.
อัสสาลามูอาลัยกุม ฯ อาจารย์ครับขอยกคำพูดของคุณญะฟัร อิบนุอาลี ท่านกล่าวว่า.... "เมื่อครั้งที่บังหะสันคุยกับผม..เขามั่นใจเต็มร้อยเลยว่า.พระเจ้าของเขานั้น.อยู่ที่สูงคือบนชั้นฟ้า.ซึ่งเป็นที่อาศัยของพระองค์..นะฮูซุบิ้ลลาฮ์.." ประโยคที่ว่า ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของพระองค์ คำพูดลักษณะนี้เป็นการให้คุณลักษณะตามความหมายของมนุษย์ ใช่หรือไม่ ส่วนของเรานั้น เรายืนยันคุณลักษณะของพระองค์ตามที่พระองค์และรอซูลของพระองค์กล่าวถึงเท่านัั้น ......ไม่ทราบว่า ผมเข้าใจถูกต้องหรือไม่ โปรดให้คำแนะนำด้วยครับ ขอบคุณครับ
>>>>>>>
ตอบ
وعليكم السلام ورحمة الله وبركاته
ขอเรียนว่า
ผู้ที่กล่าวหา ไม่เคยใส่ใจว่านักวิชาการที่ตนเกลียดชัง และมีอคติ อธิบายอย่างไร แต่กลับปิดตากล่าวหาว่า “พวกวะฮบีย์เชื่อว่า อัลลอฮใช้ฟากฟ้าที่เป็นมัคลูคเป็นที่อยู่อาศัย นะอูซุบิลละฮ
มาดูคำอธิบายของอิหม่ามชัยคุลอิสลามอิบนุตัยมียะฮ อธิบายไว้คือ
السلف والأئمة وسائر علماء السنة إذا قالوا " إنه فوق العرش ، وإنه في السماء فوق كل شيء " لا يقولون إن هناك شيئا يحويه ، أو يحصره ، أو يكون محلا له ، أو ظرفا ووعاء ، سبحانه وتعالى عن ذلك ، بل هو فوق كل شيء ، وهو مستغن عن كل شيء ، وكل شيء مفتقر إليه ، وهو عالٍ على كل شيء
สะลัฟ ,บรรดาอิหม่ามและ อุลามาอฺสุนนะฮอื่นๆ เมื่อพวกเขากล่าวว่า แท้จริงพระองค์ อยู่เหนืออะรัช และแท้จริงพระองค์ อยู่บนฟ้าเหนือทุกๆสิ่ง แท้จริง ณที่นี้ พวกเขา ไม่ได้กล่าว(ไม่ได้หมายถึง) สิ่งใดๆ บรรจุพระองค์เอาไว้ หรือ จำกัดพระองค์ หรือ มันเป็นสถานที่ของพระองค์ หรือ เป็นภาชนะบรรจุ ,พระองค์ทรงมหาบริสุทธิ์ และสูงส่งจากดังกล่าว แต่ทว่า พระองค์ทรงอยู่เหนือทุกสิ่ง และ พระองค์ทรงไม่พึงพาอาศัยทุกๆสิ่ง และทุกๆสิ่งพึงพาอาศัยพระองค์ และพระองค์ทรงอยู่สูงเหนือทุกๆสิ่ง – มัจญมัวะฟาตาวา 16/111-101
>>>
เวลาให้คุยกันทางวิชาการการก็ตีรวน แล้วไปนั่งหุกุมว่า คนอื่นหลงอย่างนั้นอย่างนี้ แถมแกนนำประกาศให้ลูกศิษย์เอาภาพผมมาฟิตนะเพื่อดิสเครดิต วัลอิยาซุบิลละฮ
การเชื่อตามอัลกุรอ่าน และอัสสุนนะฮ ตามความเข้าใจของสะลัฟ ถึงการอยู่เบื้องสูงของอัลลอฮ มันผิดด้วยหรือครับ แล้วที่ถูกนั้นคืออะไร
อบูบักร อัลอาญะรีย์ (ฮ.ศ 360 ) ปราชญ์ยุคสะลัฟกล่าวว่า
والذي يذهب إليه أهل العلم أن الله عز وجل سبحانه على عرشه فوق سماواته، وعلمُهُ محيط بكل شيء
และที่นักวิชาการ มีทัศนะไปยังมันคือ แท้จริง อัลลอฮ ผู้ทรงสูงส่ง และ ผู้ทรงเลิศยิ่ง (ซ.บ) อยู่บนอะรัชของพระองค์ เหนือบรรดาฟากฟ้าของพระองค์ และความรอบรู้ของพระองค์ ครอบคลุมทุกๆสิ่ง
الشريعة للآجري (ج8 ص1075 و1079 و1081)
แม้แตปราชญ์มัซฮัลชาฟิอีย์ ก็ยังยืนยัน การอยู่เบื้องสูงของอัลลอฮเหนืออะรัช เช่น
อะดีย์ บิน มุสาฟีร อัลฮะการีย์ อัชชาฟิอีย์(ฮ.ศ 555) ปราชญ์มัซฮับชาฟิอีย์ยุคต้นๆ กล่าวว่า
وأن الله على عرشه، بائن من خلقه، كما وصف نفسه في كتاب وعلى لسان نبيه بلا كيف، أحاط بكل شيء علمًا وهو بكل شيء عليم، قال تعالى {الرحمن على العرش استوى
และแท้จริง อัลลอฮ อยู่บน อะรัช ของพระองค์ แยกจาก มัคลูคของพระองค์ ดังเช่นที่พระองค์ ได้พรรณนาคุณลักษณะ แก่พระองค์เอง ในคัมภีร์ และ โดยผ่านคำพูดของนบีของพระองค์ โดยไม่ถามถึงถึงรูปแบบว่าเป็นอย่างไร ,ทรงครอบคลุมทุกๆสิ่งในด้านความรอบรู้ โดยที่พระองค์ทรงรอบรู้ ทุกๆสิ่ง ,พระองค์ผู้ทรงสูงส่งตรัสว่า (พระเจ้าผู้ทรงเมตตา ทรงสถิตเหนือบัลลังค์
اعتقاد أهل السنة والجماعة لعدي بن مسافر الهكاري (ص30)
หลักฐานมากมาย ที่แสดงการอยู่เบื้องสูงของอัลลอฮ จากกิตาบุลลอฮ อัสสุนนะฮและทัศนะสะลัฟ หากแสวงหาความจริงด้วยความอิคลาศ หวังในความโปรดปราณของอัลลอฮ อัลลอฮย่อมฮิดายะฮแน่นอนอินชาอัลลอฮ
والله أعلم بالصواب
อะสัน หมัดอะดั้ม

ฮิญาบคือสิทธิของฉัน..และฉันก็จะสวมฮิญาบใว้บนศรีษะของฉันเหมือนมงกุฎของราชินี


ฉันคือมุสลิมใหม่ ฉันเข้ารับอิสลามมาได้เกือบปีแล้ว..ฉันต้องเเจอกับความยากลำบากมากมาย..ที่หนักที่สุดก็คือเรื่องการคลุมฮิญาบ..สิ่งแรกที่ฉันเรียนเกี่ยวกับอิสลามจากเพื่อนมุสลิม ก็คือเรื่องฮิญาบ..เมื่อฉันได้รู้ถึงความสำคัญและความสวยงามของฮิญาบ..ฉันยากที่จะสวมฮิญาบในทันที...และเมื่อฉันได้ตัดสินใจเข้ารับอิสลาม..ฉันก็เริ่มคลุมฺญาบเลย.....
แต่ในที่สุด วันที่ฉันตัดสินใจผิดมากๆก็มาถึง คือฉันจำเป็นต้องถอดฮิญาบออก เนื่องจากถูกดูถูกดูแคลน ถูกเหยียบหยามต่างๆนาๆในโรงเรียนและที่อื่นๆ..
..จริงๆแล้วฉันรักฮิญาบของฉันมาก..ฮิญาบทำให้ฉันมีความมั่นใจ..ฮิญาบทำให้ฉันรู้สึกสวยงาม..ฮิญาบทำให้ฉันรู้สึกถึงความเป็นมุสลิมที่แท้จริง..และที่สำคัญฮิญาบทำให้ได้อยู่ในความรักและความเมตตาจากอัลลอฮ์(ซ.บ)
...ฉันตัดสินใจที่จะกลับมาสวมฮิญาบอีกครั้ง..และฉันตั้งใจที่จะไม่ถอดมันอีกถึงแม้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับฉันก็ตาม
..ฮิญาบคือสิ่งที่ฉันเลือก..และฉันก็จะสวมฮิญาบใว้บนศรีษะของฉันเหมือนมงกุฎของราชินี..
...ฉันภูมิใจในฮิญาบของฉัน

......................................
เครดิต : Muttaqeen Al Islam


ฉันรับอิสลามเพราะเฟสบุค‬




ในขณะที่เด็กสาว(ลอร่า)นั่งเล่นเฟสบุคอยู่
เธอก็ได้อ่านโพสข้อความของผู้ชายคนหนึ่งที่เขียนว่า ...

"อิสลามคือทางสู่สรวงสวรรค์ ที่ช่วยเหลือตัวของท่านเองจากไฟนรก"

เธอเล่าว่า "ฉันโกรธมากกับข้อความที่ได้อ่าน ตอนนั้นฉันยังเด็ก และเป็นคริสเตียน ฉันจึงไปศึกษาศาสนาอื่นๆหลังจากนั้น"

ตอนนั้นฉันโกรธจริงๆในสิ่งที่ผู้ชายคนนั้นโพส เพราะในเวลานั้น
ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องผิดที่จะเป็นมุสลิม ลองคิดดูว่าฉันมาจากอเมริกา และอิสลามก็ดูเลวร้ายมากในประเทศนี้ และสิ่งที่พวกมุสลิมพูดก็พาลให้คิดว่า เราคือพวกนอกรีต หรือนอกศาสนา (มันน่าขันนะ)

ลอร่าบอกว่า ....

"ฉันก็คือฉัน ฉันพูดคุยกับชายคนนั้น และฉันก็รับฟังในสิ่งที่เขาบอก...."

ฉันรู้สึกบางอย่างจากหัวใจของฉัน มันเหมือนกับความรู้สึกอบอุ่นสบายใจ
ฉันรู้ได้ว่ามันคือสัจธรรม เขาสอนฉันเกี่ยวกับอิสลาม และท่านนบีมุฮัมมัด (ศ็อลลลัลลอฮุฯ)

และฉันก็บอกว่า ฉันต้องการกล่าวชะฮาดะฮฺ เข้ารับอิสลาม

"ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ และนบีมุฮัมมัดคือศาสนทูตของพระองค์"

เขาคือคนพิเศษที่สุด ที่ทำให้ฉันได้รับของขวัญอันล้ำค่าที่ไม่เคยมีมาก่อน นั่นคือ อิสลาม

อัลฮัมดุลิลละฮฺ ! อัลลอฮุอักบัร! หากอัลลอฮฺทรงประสงค์แล้ว ก็ไม่มีใครสามารถปิดกั้นผู้ที่แสวงหาสัจธรรมของอิสลามได้


...............................................................

S. New muslim
: Convert to Islam

เครดิต : Muttaqeen Al IslamMasha'Allah มัสยิดทั่วไทยและทั่วโลก


คิม นักศึกษาสาวชาวเกาหลีเข้ารับอิสลาม



อิสลามกำลังรุ่งเรืองในประเทศเกาหลีใต้
Masha'Allah ทุกๆวันที่มัสยิดในกรุงโซล ประเทศเกาหลีจะมีชาวเกาหลี เข้ามาเยี่อมชมมัสยิด
และก็มีบางคนที่มาเพื่อเข้ารับอิสลาม และเมื่อไม่นานที่ผ่านมา
คิม นักศึกษาสาวชาวเกาหลีเข้ารับอิสลาม (ซา ราง แฮ โย อิสลาม) อัลหัมดุลิลลาฮ์..หลังจากเข้ารับอิสลาม เธอได้ชื่อว่า อาอิชะฮ์ คิม และเมื่ออีหม่ามผู้สอนซะฮาดะฮ์ บอกเธอว่าชื่อ อาอิชะฮ์นี้เป็นชื่อของภรรยาสุดที่รักของศาสดามุฮัมหมัด(ซ.ล)
เธอดีใจมากจนไม่อาจกลั้นนํ้าตาไม่ให้ไหลได้ เธอกล่าวว่า เธอภูมิใจมากที่ได้ชื่ออาอิชะฮ์ และภูมิใจที่ได้เป็นมุสลิม...อิสลาม.ศาสนาที่แท้จริงที่เธอไฝ่หามาตลอด
......พื้นฐานของคนเกาหลีนั้น รู้จักพระเจ้าผ่านทางศาสนาคริส และก็มีมากมายเหลือเกินที่กำลังแสวงหาพระเจ้าที่แท้จริง..ด้วยเหตุนี้อิสลามจึงเป็นทางเลือกหนึ่งของคนเกาหลี และอิสลามกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศเกาหลีใต้ Alhamdulillah

...........................................................
Cr.Muttaqeen Al IslamMasha'Allah มัสยิดทั่วไทยและทั่วโลก

วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2558

การรักษาด้วยอัลกุรอาน


การรักษาด้วยอัลกุรอาน ถือเป็นวิธีการที่ดีที่สุดและง่ายที่สุดในการปรับสมดุลเซลล์ที่เสื่อมสภาพ เพราะอัลลอฮ์คือผู้สร้างเซลล์ในร่างกายมนุษย์ขึ้นมา โดยพระองค์ได้วางโปรแกรมให้เซลล์เหล่านี้ ทำงานอย่างพิถีพิถัน โดยพระองค์ย่อมรู้ดียิ่งถึงสิ่งที่เหมาะสมกับมัน อัลลอฮฺ(ซ.บ.)ทรงได้แจ้งให้เราทราบว่าอัลกรุอานคือการรักษา ด้วยพระดำรัสของพระองค์ว่า

(وَنُنَزِّلُ مِنَ الْقُرْآنِ مَا هُوَ شِفَاءٌ وَرَحْمَةٌ لِّلْمُؤْمِنِينَ وَلَا يَزِيدُ الظَّالِمِينَ إِلَّا خَسَارًا )

ความว่า:และเราได้ให้ส่วนหนึ่งจากอัลกุรอานลงมา ซึ่งเป็นการบำบัดและความเมตตาแก่บรรดาผู้ศรัทธา และมันมิได้เพิ่มอันใดแก่พวกอธรรม นอกจากการขาดทุนเท่านั้น (ซูเราะฮฺ อัล-อิสรออ์ :82 )

**มีหลายกรณีที่วิทยาการแพทย์สมัยใหม่ไม่สามารถรักษาโรคให้หายขาดได้ เช่น โรคมะเร็งบางชนิด การรักษาด้วยอัลกรุอานจึงถูกนำมาเป็นสื่อในการรักษาโรคเหล่านี้ด้วยการอนุมัติแห่งอัลลอฮ์(ซ.บ.) เพราะการรักษาด้วยอัลกุรอานคือการปรับสมดุลแผนการทำงานของเซลล์ในสมองให้กลับมาเป็นปกติ เพื่อควบคุมการทำงานพื้นฐานในตัวมนุษย์ และทำให้ร่างกายกลับมาอยู่ในสภาพที่ปกติ อีกทั้งยังเพิ่มภูมิคุ้มกันและความสามารถในการต่อต้านโรคอื่นๆ ได้อีกด้วย หรืออีกนัยหนึ่ง การรักษาด้วยอัลกุรอานและบทขอพร(ดุอาอฺ) โดยเฉพาะบทขอพรที่มาจากท่านศาสดามูฮัมหมัด (ศ็อลฯ) พระองค์อัลลอฮฺ(ซ.บ.)ได้ทำให้อัลกรุอานเป็นสื่อในการรักษาแก่มวลผู้ศรัทธา

** ในช่วงระยะเวลา 14ศตวรรษที่ผ่านมา การรักษาด้วยโองการอัลกรุอาน ถือเป็นสัจธรรมของมุสลิม เป็นวิธีการบำบัดรักษาโรคต่างๆ ด้วยแรงศรัทธาที่ว่า

(يَا أَيُّهَا النَّاسُ قَدْ جَاءَتْكُم مَّوْعِظَةٌ مِّن رَّبِّكُمْ وَشِفَاءٌ لِّمَا فِي الصُّدُورِ وَهُدًى وَرَحْمَةٌ لِّلْمُؤْمِنِينَ)

ความว่า:โอ้มนุษย์เอ๋ย ! แท้จริงข้อตักเตือน (อัลกุรอาน) จากพระเจ้าของพวกท่าน ได้มายังพวกท่านแล้ว และ(มัน) เป็นการบำบัดสิ่งที่มีอยู่ในทรวงอก และเป็นการชี้แนะทาง และเป็นความเมตตาแก่บรรดาผู้ศรัทธา (ซูเราะห์ยูนุส : 57 (

**ดังนั้นถ้อยคำในพระมหาคัมภีรัอัลกรุอานจึงเป็นสิ่งมหัศจรรย์(มัวอ์ญีซาต)ที่มาจากอัลลอฮ์(ซ.บ.) ที่จะหาสิ่งประพันธ์อื่นใดมาเทียบมิได้ ในทุกๆโองการจากพระมหาคัมภีรัอัลกรุอานนับเป็นภาษาที่ลึกลับโดยที่อัลลอฮฺ(ซ.บ.)ทรงให้โรคภัยต่างๆหายไปด้วยโองการของพระองค์ และจำเป็นที่เราจะต้องพยายามอ่านโองการอัลกรุอานด้วยความมั่นใจและเชื่อมั่นว่าอัลลอฮฺ(ซ.บ.)จะทรงรักษาให้หายจากโรคภัยต่างๆ เพราะความเชื่อมั่นนั้นเท่ากับ"ครึ่งหนึ่งของการรักษา"

**พระองค์อัลลอฮฺ(ซ.บ)ทรงตรัสอีกไว้ว่า
:
لَوْ أَنزَلْنَا هَٰذَا الْقُرْآنَ عَلَىٰ جَبَلٍ لَّرَأَيْتَهُ خَاشِعًا مُّتَصَدِّعًا مِّنْ خَشْيَةِ اللَّهِ وَتِلْكَ الْأَمْثَالُ نَضْرِبُهَا لِلنَّاسِ لَعَلَّهُمْ يَتَفَكَّرُونَ )
ความว่า:หากเราประทานอัลกุรอานนี้ลงมาบนภูเขาลูกหนึ่ง แน่นอนเจ้าจะเห็นมันนอบน้อมแตกแยกออกเป็นเสี่ยงๆ เนื่องเพราะความกลัวต่ออัลลอฮฺ อุปมาเหล่านี้เราได้ยกมันมาเปรียบเทียบสำหรับมนุษย์เพื่อพวกเขาจะได้พิจารณาใคร่ครวญ

**พระวจนะของอัลลอฮฺโองการนี้ที่เราสามารถจะกล่าวได้ว่าพระวจนะของอัลลอฮฺส่งผลอย่างมากต่อโรคภัยต่างๆซึ่งมิใช่เฉพาะโรคทางจิตเท่านั้นแต่รวมไปถึงโรคทางกายด้วย โดยเป็นไปตามอนุมัติแห่งอัลลอฮฺ(ซ.บ.)

(والله أعلم)

....................................................
Credit : อะห์หมัดมุสตอฟา อาลี โต๊ะลง



การต่อต้านการสร้างมัสยิด


คนน่านจำนวนหนึ่งใส่เสื้อขาว ลงชื่อคัดค้านการก่อสร้างมัสยิด ในเขตอำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน และเดินรณรงค์ ตั้งแต่ลานนาคทางขึ้นวัดพระธาตุแช่แห้ง ไปบนถนนพุทธบูชาข้ามสะพานพัฒนาภาคเหนือไปถึงข่วงเมืองน่าน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน
สิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งสำหรับชาวมุสลิมในประเทศไทยในขณะนี้คือ พฤติกรรมการต่อต้านการสร้างมัสยิดจะมีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งล่าสุดก็จะมีทางภาคใต้ จังหวัดภูเก็ต ที่มีการคัดค้านในลักษณะเดียวกัน
และที่จังหวัดน่านนั้นก็ยังอ้างว่าเป็นเมืองพุทธ ศาสนาอื่นไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้นั้น คำถามคือปัจจุบันประเทศไทยชอบอ้างตัวเองเป็นเมืองพุทธ แล้วอนาคตของศาสนิกอื่น โดยเฉพาะศาสนาอิสลามจะอยู่อย่างไรภายใต้ความอคติแบบสุดโต่งโดยกลุ่มชนชั้นน้อยแห่งเมืองพุทธ

Cr: สมาพันธ์นิสิตนักศึกษามุสลิมแห่งประเทศไทย (MUSTFETH)















ฉันมีปัญหามากมายแต่ฉันมีอัลลอฮ์ห์อยู่เคียงข้างเสมอ


อัสลามมุอะลัยกุมฯ



ฉันชื่อ อาอีชะห์ ฉันเป็นพยาบาลมาจากฟิลิปปินส์ฉันมาทำงานที่ลิเบียเพื่อค่าตอบแทนที่มากกว่า แต่แล้วฉันพบสิ่งที่มีค่ามากกว่าเงิน
ที่ลิเบียฉันได้ค้นพบทางนำ..อิสลามได้เข้ามาในชีวิตฉัน ในลิเบียได้มีผู้คนจำนวนมากพูดคุยกับฉันเกี่ยวกับศาสนาอิสลาม
ในตอนแรกฉันยังลังเล...จนวันหนึ่งเพื่อนให้ฉันยืมหนังสือเกี่ยวกับศาสนาอิสลามฉันจึงอ่านมัน และฉันมีความกระตือรือร้นที่จะทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอิสลาม
ฉันเริ่มที่จะเรียนรู้มันในแต่ละวัน จนกระทั่งวันหนึ่งฉันพบว่าตัวเองหลงรักอิสลามเข้าแล้ว
ฉันถามเพื่อนของฉันเพิ่มเติมเกี่ยวกับอิสลาม ถามพวกเขาว่าจะอธิษฐานยังไง
พวกเขาเริ่มที่จะให้ฉันเรียนรู้ศัพท์ของคัมภีร์อัลกุรอาน .. ฉันได้อ่าน ซูเราะห์ อัล-ฟาติหะฮ์ ซูเราะห์อัล-อิสรออฺ ซูเราะหอัล-ฟะลัก และ ซูเราะห์อันนาส
ฉันจดจำทุกครั้งเวลาที่พวกเขาสวดมนต์อธิษฐาน ฉันดูพวกเขาละหมาดและพวกเขาก็สอนฉัน
จนกระทั่งวันหนึ่งฉันรู้สึกว่าอิสลามได้เข้ามาอยู่ในหัวใจของฉัน
ฉันบอกพวกเขาว่าฉันต้องการที่จะเป็นมุสลิม
เพื่อนของฉันและพ่อของเขามาพร้อมกับฉันที่ ดะวะห์ อิสลามมียะห์ ทริโปลี
ฉันกล่าวชาหาดะห์ เพื่อเข้ารับอิสลาม
แต่การเป็นมุสลิมไม่ได้ง่ายสำหรับฉัน
มีบางคนที่คิดแตกต่างเกี่ยวกับฉันและฉันได้สูญเสียเพื่อนบางคนไป
ฉันมีปัญหามากมายแต่ฉันมีอัลลอฮ์ห์อยู่เคียงข้างเสมอ
และฉันไม่เคยรู้สึกอ่อนแอ..อัลฮัมดุลิลลาห์
อิสลามทำให้ฉันแข็งแกร่งและทำให้ฉันมีความสุข
ทุกครั้งที่ฉันเศร้าและพบปัญหาฉันจะอ่านคัมภีร์อัล-กุรอาน
ฉันอธิบายไม่ถูก...รู้เพียงว่าตอนนี้หัวใจของฉันมีความสุขที่ได้ค้นพบอิสลาม
ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์และมูฮัมหมัดเป็นศาสนทูตของพระองค์
อาอีชะห์

.........................................................
ดาบแห่งอัลเลาะห์ แอนตี้ไซออนิสต์ แปลและเรียบเรียง