อัสลามมุอาลัยกุมวาเราะฮมาตุลลอฮิวาบารอกาตุ

ครับ...มนุษย์ทุกคนล้วนปรารถนาชีวิต แต่ไม่ช้าก็เร็ว เขาก็ต้องได้พบกับความตาย ถึงแม้เขาจะทำอะไรเก็บไว้มากมาย แต่เมื่อความตายมาถึงมันก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเขาไม่ทันได้เตรียมตัว มนุษย์มักมีเป้าหมายที่จะสร้างความสำเร็จและความรุ่งเรืองขึ้นบนโลก แต่ความตายก็มาทำลายภาพลวงแห่งสำเร็จที่เขาได้วาดหวังไว้ ด้วยเหตุนี้ความตายจึงสอนเขาว่าเขาไม่มีอำนาจอะไรเลยก่อนตาย

เราจะต้องเรียนรู้ความจริงจากความตาย เพราะความลับของชีวิตถูกซ่อนไว้อยู่ในนั้น ความตายแสดงให้เราเห็นว่าเราไม่ใช่นายของตัวเอง เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้เพียงชั่วคราวเท่านั้นโลกนี้มิใช่สถานที่สำหรับการทำให้ความฝันของเราเป็นจริง ความตายสอนให้เรารู้ว่าเราควรจะมีชีวิตอย่างไรมันบอกให้เรารู้ถึงหนทางไปสู่ความสำเร็จที่แท้จริงต่างหาก...!!!

วันพุธที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

‎เส้นทางแห่งปลายอุโมงค์‬




ระยะทางพิสูษน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน

มันเป็นจริงแท้ในคำเหล่านี้ วาทกรรม ที่มนุษทุกชนชั้นต่างยอมรับ ในวาทกรรมแห่งความเพีียรพยายาม ที่ ไช้ได้ผลเป็นอย่างดี
เกือกม้าที่วิ่งมาด้วยความเหนื่อยล้า ระยะเวลาพิสูษน์ บางสิ่ง

عن أبي موسى رضي الله عنه قال: جاء إلى النبي ﷺ رجل فقال: الرَّجُلُ يُـقَاتِلُ لِلْـمَغْنَمِ، وَالرَّجُلُ يُـقَاتِلُ لِلذِّكْرِ، وَالرَّجُلُ يُـقَاتِلُ لِيُرَى مَكَانُـهُ، فَمَنْ فِي سَبِيلِ الله؟ قَالَ: «مَنْ قَاتَلَ لِتَـكُونَ كَلِـمَةُ الله هِيَ العُلْيَا فَهُوَ فِي سَبِيلِ الله ». متفق عليه

จากอบีมูสา เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ กล่าวว่า มีชายคนหนึ่งได้มาหาท่านรอสูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม แล้วถามว่า “การที่ชายคนหนึ่งต่อสู้เพื่อให้ได้ทรัพย์เชลย อีกคนต่อสู้เพื่อให้ผู้คนกล่าวขาน และอีกคนต่อสู้เพื่อให้มีผู้คนได้เห็นตำแหน่งของเขา ดังนั้นคนใดที่ถือว่าต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮฺ? ท่านรอสูลตอบว่า ผู้ใดก็ตามที่ได้ต่อสู้เพื่อเชิดชูคำดำรัสแห่งอัลลอฮฺให้สูงส่ง ก็เท่ากับเขาได้ต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮฺ” (บันทึกโดยอัลบุคอรียฺ หมายเลขหะดีษ 2810 ,มุสลิม หมายเลขหะดีษ 1904)
ความว่า “และจงสู้รบกับพวกเขาจนกว่าการก่อความวุ่นวายจะไม่ปรากฏขึ้น และจนกว่าการอิบาดะฮฺทั้งหลายจะเป็นสิทธิของอัลลอฮฺเท่านั้น แต่ถ้าพวกเขายุติ ก็ย่อมไม่มีการเป็นปฏิปักษ์ใด ๆ นอกจากแก่บรรดาผู้อธรรมเท่านั้น” (อัลบะกอเราะฮฺ 193)

عن سهل بن سعد رضي الله عنه أن رسول الله ﷺ قال: «رِبَاطُ يَوْمٍ فِي سَبِيلِ الله ٬ خَيْرٌ مِنَ الدُّنْيَا وَمَا عَلَيْـهَا...». أخرجه البخاري

จากสะฮฺลิ บิน สะอฺดิ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ กล่าวว่า แท้จริงท่านรอสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “ริบาฏ (การยืนหยัด) เพียงวันหนึ่งในหนทางของอัลลอฮฺ ดีกว่าโลกดุนยาและสิ่งที่อยู่ในโลกดุนยา...” (บันทึกโดยอัลบุคอรียฺ หมายเลขหะดีษ 2892)

عن زيد بن خالد رضي الله عنه أن رسول الله ﷺ قال: «مَنْ جَهَّزَ غَازِياً فِي سَبِيلِ الله فَقَدْ غَزَا، وَمَنْ خَلَفَ غَازِياً فِي سَبِيلِ الله بِخَيرٍ فَقَدْ غَزَا». متفق عليه

จากซัยดฺ บิน คอลิด เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ กล่าวว่า แท้จริงท่านรอสูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “ผู้ใดได้จัดเตรียมเสบียงให้แก่นักรบในหนทางของอัลลอฮฺก็เท่ากับเขาได้ออกสงคราม และผู้ใดที่อยู่ข้างหลังนักรบในหนทางของอัลลอฮฺด้วยความดีงามก็เท่ากับเขาได้ออกสงคราม” (บันทึกโดยอัลบุคอรียฺ หมายเลขหะดีษ 2743 ,มุสลิม หมายเลขหะดีษ 1895)

ก็อย่างที่บอกไป ว่า หนทางข้างหน้ามันยังอีกยาวไกล ความดียังคงส่องแสงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตราบใดที่ ความดีนั้นยังคงอยู่ ตลอดไป

สำหรับพวกเขาผู้สละแล้ว ซึ่งความสุขของดุนยานี้...อามีน


.................
Arlee khan



วันอังคารที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

โอกาสในเดือนรอมฏอนอันประเสิฐ




อย่าปล่อยโอกาสในเดือนรอมฏอนนี้
มีความหอมหวานของอาหาร
มากกว่าความหอมหวานของมวลอาม้าล
อย่าปล่อยโอกาสในเดือนรอมฏอนนี้
โดยสูญเปล่าและไร้คุณค่าในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
อย่าปล่อยให้ผลบุญอันมากมานในเดือนรอมฏอนนี้
ผ่านไปเฉย ๆ โดยที่เราไม่ได้เก็บเกี่ยวอะไรไว้เลย
อย่าปล่อยให้เดือนรอมฏอนปีนี้ หลุดมือไปอย่างไร้คุณค่า
และอย่าปล่อยโอกาสในเดือนรอมฏอนนี้
เป็นเทศกาลแห่งการกินการดื่ม

แต่จงให้รอมฏอนสอนใจ ขัดเกลา
และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปสู่สิ่งที่ดีกว่า
และให้ตอกย้ำในจิตเสมอว่า
ไม่ใช่ภารกิจที่ หนักหน่วงของเราเมื่อถึงรอมฎอน
หรือเทศการแห่งการจับจ่ายอาหารควาวหวาน
แต่ให้รู้ถึงคุณค่าที่ควรเก็บเกี่ยวผลของอาม้าลในรอมฏอน อย่างสุดกำลัง
ก่อนที่คุณค่าและคุณงามความดีต่าง ๆของรอมฎอนจะจากเราไป

การเริ่มต้นทำในสิ่งที่ดี เราไม่มีวันขาดทุน
หากอาม้าลเราทำเพื่อพระองค์
เราไม่ต้องกังวน ว่าจะขาดทุนหรือกำไร
จงให้รอมฏอนเดือนแห่งศิริมงคล
เป็นจุดเริ่มต้นแห่งการเปลี่ยนแปลง
เพิ่มผลบุญ เพิ่มคุณค่า สร้างศรัทธา ให้ตนเอง
น่ะคนดี ... อินชาอัลลอฮฺ

.............................
Ismaal Binmahmud

อย่าได้ปล่อยระบบแฟน เข้ามาอยู่ในรอมฎอนอันประเสริฐ




. . ประเด็นเด็ดที่ไม่ดี เดิมๆนี้ . . .ไม่ค่อยจะมีใครพูดถึงเลย . . . .

ปกติคนกลุ่มนี้ ส่วนนึงเขาไม่ได้รับทางนำอยู่แล้ว แล้วยิ่งตอนนี้อยู่ในเดือนรอมด้วย

ก็เป็นการยกระดับการ"ฝ่าฝืน"โดยปริยาย . . .

(ขออนุญติใช้คำนี้ เพราะตัวเราเองก็เคยใช้ระบบนี้ แต่อัลฮัมดุลิลละหฺที่ ไม่เกิดความเลวร้ายเกินไป

เราทราบดีว่าการมีชีวิตที่ใช้ระบบแฟน แล้วไม่ได้รับทางนำจากพระผู้เป็นเจ้า มันเลวร้ายเพียงใด เรารู้สึกขาดทุนมากเลย ณ ตอนนั้น)

(ในวงเล็บด้านบน. .เพิ่มภายหลังจากที่โพสตืไปได้ประมาณ 51กว่านาที)
. . . .
. . . . . . .
.........................................................................................................................
เราจะต้องปฏิเสธ"ระบบแฟน"ก่อนแต่งนี้ . . แม้ว่า "เราะมะฎอน" จะจากไปแล้วก็ตาม!

เพื่อที่เราจะได้ยืนยันความ เป็น " บ่าวที่ บริสุทธิ์ใจ" ต่ออัลลอฮฺ อย่างแท้จริง. . . .
.........................................................................................................................

♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥
อัลลอฮฺทรงตรัสว่า

"และอัลลอฮฺนั้นจะไม่ชี้แนะ ทางที่ถูกต้องแก่หมู่ชนผู้ฝ่าฝืน"

สูเราะฮฺ อัศ-ศ็อฟ โองการที่ 5

♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥

เดือนเราะมะฏอนเป็นเดือนอันประเสริฐและเป็นเดือนอันยิ่งใหญ่สำหรับมุสลิมทั่วโลก เพราะเดือนนี้เป็นเดือนที่การทำดีเพื่ออัลลอฮฺของทุกคนจะได้รับผลตอบแทนเป็นทวีคูณ เช่นเดียวกับการทำบาปก็จะได้รับการลงโทษมากขึ้นด้วยเช่นกัน
.
.
♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥

“และบรรดาผู้ที่ปฏิเสธโองการทั้งหลายของเรานั้น คือผู้ที่หูหนวก และเป็นใบ้ ซึ่งอยู่ในบรรดาความมืดมน” (ซูเราะฮฺ อันอาม โองการที่ 39)

“ และพวกเจ้าอย่าได้ฝ่าฝืน มิฉะนั้น ความกริ้วของข้าจะเกิดขึ้นแก่พวกเจ้า และผู้ใดที่ความกริ้วของข้าจะเกิดขึ้นแก่เขาแน่นอนเขาจะประสบความพินาศ” (ซูเราะฮฺ ฏอฮา โองการที่ 81)
.
.
♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥

การนำทางถูกนำเสนอก่อนการหลงทาง

การนำเสนอ ฮิดายะฮฺก่อนฎอลาละฮฺ บ่งบอกถึง ความเมตตาของพระองค์ที่มาก่อนความกริ้วของพระองค์
.
.
♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥

مَنِ اهْتَدَى فَإِنَّمَا يَهْتَدِي لِنَفْسِهِ وَمَنْ ضَلَّ فَإِنَّمَا يَضِلُّ عَلَيْهَا

ผู้ใดได้พบแนวทางที่ถูกต้อง แท้จริงเขาจะอยู่ในทางนั้นเพื่อตัวเขาเอง และผู้ใดหลงทาง ความจริง เขาก็หลงบนทางที่ผิด” (ซูเราะฮฺ อิสรออ์ โองการที่ 15)

فَمَنِ اهْتَدَى فَلِنَفْسِهِ وَمَنْ ضَلَّ فَإِنَّمَا يَضِلُّ عَلَيْهَا

“ ดังนั้นผู้ใดพบแนวทางที่ถูกต้องก็จะได้แก่ตัวของเขาเองและผู้ใดหลงทาง เขาก็จะหลงอยู่บนทางที่ผิด” (ซูเราะฮฺ ซุมัร โองการที่ 41)

“ผู้ที่อัลลฮฺทรงนำทางนั้น เขาก็เป็นผู้รับทางนำ และผู้ที่พระองค์ทรงปล่อยให้หลงผิดนั้น ชนเหล่านี้แหละคือผู้ที่ขาดทุน” (ซูเราะฮฺ อะอ์รอฟ โองการที่ 178)
.
.
.
♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥

อัลลอฮฺทรงตรัส (ในอัลกุรอาน)ว่า

“ความวิบัติ (ความผิดบาปและหายนะ) ได้เกิดขึ้นทั้งทางบกและทางน้ำ
เนื่องจากสิ่งที่มือของมนุษย์ได้ทำขึ้น เพื่อที่พระองค์จะให้พวกเขาลิ้มรสผลบางส่วน
จากที่พวกเขากระทำไว้ โดยหวังที่จะให้พวกเขากลับเนื้อกลับตัว” (ความหมายจาก
ซูเราะฮฺ อัร-รูม :41)
.
.
♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥
.
.
เพื่อความชัดเจนยิ่งขึ้น ท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้ฉายภาพความ
วิบัติที่จะเกิดขึ้นเป็นสัญญาณแห่งโลกาวสานไว้มากมายโดยมีตัวอย่างดังน

* “ระยะเวลาจะสั้นลง ความรู้ (แห่งทางนำ) จะถูกยึด (หมายถึงจะค่อยๆ
เลือนหาย) ความละโมบจะถูกโยน (เข้าไปในใจผู้คน) ความวุ่นวาย
จะปรากฏ และจะเกิดการฆาตกรรมอย่างมากมาย” (ดู เศาะฮีห อัล-ญามิอ,
หมายเลขหะดีษ 8020)
* “แท้จริงในจำนวนสัญญาณแห่งโลกาวสานนั้นคือ ความรู้ (ที่เป็นทางนำ)
ถูกยกขึ้น (จนเหือดหาย) อวิชา (การไร้ศีลธรรม) จะผุดขึ้นชัดเจน
การผิดประเวณีจะแพร่ขยาย สุรา (หรือสิ่งมึนเมา) จะระบาดไปทั่ว”
(ดู เศาะฮีห อัล-ญามิอ, หมายเลขหะดีษ 2206)
.
.
♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥

อายะห์อัลกุรอาน ส่วนนึงพบจาก
http://quran.al-shia.org/th/soalat/05.htm

(อินชาอัลลอฮฺ แล้วทำ แล้วมอบหมาย) วัลลอฮุอะลัม


♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥
Sorlah Hooddeen โพส

อ่านอัลกุรอานเยอะๆ




เห็นชายคนหนึ่งนั่งอ่านอัลกรุอ่านที่ มุศอลลา
สักพักมีลุงคนหนึ่งมาทัก แล้วถามด้วยการทักทาย
เป็นคนที่ไหนหรอ
ชายคนนั้นตอบว่า : คนปาดีครับ
ลุงตอบว่า : อ้อยอ อ่านอัลกรุอ่านไปถึงไหนแล้ว
ชายคนนั้นตอบว่า : อ่านได้ยังไม่เท่าไหร่เลยครับ
ลุงพูดต่อว่า : เจ้าหนุ่มเอ๋ย อ่านให้เยอะๆเถิด เพราะถ้าหนูอายุเท่าลุง แล้ว ตาก้อ มองไม่ค่อยเห็น เรี่ยวแรงก้อไม่ค่อยมี อ่านนานหน่อยก้อปวดเมื่อยหลัง ลุงยังเสียดายตอนหนุ่มๆ ของลุงเลย ที่ตอนนั้น ลุงไม่เคยใส่ใจ การอ่านอัลกรุอ่านเลยแม้แต่น้อย แล้วอีกอย่างเดือนนี้ เดือนแห่งบารอกัต แห่งเราะมัต ผลบุญมากมายนัก เจ้าจงเต็มที่กับอีบาดัต เถิดน่ะเจ้าหนุ่ม.

ชายคนนั้นตอบว่า อัลฮัมดุลิลลอฮ ขอบคุณมากครับลุง.
.
.
.
.
คุณชายโอชิน

เสียดายทั่งที่เธอสามารถละหมาดตะรอเวียะฮ์ที่บ้านได้


เมื่อเธอไม่สามารถไปละหมาดตะรอเวียะฮ์ที่มัสยิดพร้อมกับสามีได้ เนื่องจากมีบุตรตัวเล็กที่แสนซุกซน หากนำเด็กน้อยไปร่วมละหมาดที่มัสยิดด้วย กลัวเธอจะไม่มีความกุชัวอ์ในละหมาด คอยกังวลถึงลูก ที่ชอบเล่นซนยิ่งนัก แล้วเธอก็อยู่กับลูกที่บ้าน คอยสามีกลับจากละหมาดตะรอเวียะฮ์ที่มัสยิด และเธอไม่ยอมละหมาดตะรอเวียะฮ์ที่บ้านของเธอ ทั้งที่เธอสามารถทำได้ แต่เธฮกลับเข้าใจว่าละหมาดตะรอเวียะฮ์ต้องละหมาดญะมาอะฮฺที่มัสยิดเท่านั้น เธอจึงไม่กระทำมัน ทั้งที่ความเป็นจริงการละหมาดตะรอเวียะฮฺนั้นก็คือละหมาดสุนนะฮฺ เป็นละหมาดกิยามุลลัยล์ ที่สามารถละหมาดที่บ้านโดยลำพังได้

ท่านรสูลุลลอฮฺ (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) กล่าวว่า
"ดังนั้นจำเป็นเหนือพวกท่านว่าด้วยการละหมาดในบ้านของพวกท่าน แท้จริงการละหมาดที่ดีที่สุดของบุคคลหนึ่ง คือ (การละหมาด) ในบ้านของเขา ยกเว้นละหมาดฟัรฎู (ต้องไปละหมาดที่มัสยิดสำหรับบุรุษ)" (บันทึกหะดิษโดยอิมามอัลบุคอรีย์ เลขที่ 6113 เป็นหะดิษเศาะเฮียะฮฺ)

รายงานจากท่านหญิง Umm Humayd ภรรยาของท่าน Abu Humayd al-Saa’idi   ซึ่งเธอได้เดินทางไปพบกับท่านนบี   และเธอได้กล่าวกับท่านว่า  โอ้รอซุลลุ้ลลอฮ ฉันรักที่จะละหมาดร่วมกับท่าน
         ท่านนะบี  จึงตอบว่า  ฉันรู้ว่าเธอรักที่จะละหมาดร่วมกับฉัน  แต่การละหมาดในห้องของเธอนั้นดีกว่า การละหมาดให้ห้องโถ่งของบ้านของเธอ  และการละหมาดในห้องโถ่งของบ้านของเธอนั้น  ดีกว่าการละหมาดในมัสยิดของชุมชนของเธอ  และการละหมาดในมัสยิดของชุมชนของเธอนั้น  ดีกว่าการละหมาดในมัสยิดของฉัน
          เมื่อได้ยินเช่นนั้นท่านหญิง  Umm Humayd  จึงได้ทำการจัดสร้างสถานที่ละหมาดของนางซึ่งเป็นห้องที่อยู่ชั้นบนในบ้านของเธอ  ซึ่งเธอได้กระทำการละหมาดที่นั้นจนกระทั่งเธอได้กลับไปสู่ความเมตตาของพระองค์อัลลอฮ
Narrated by Ahmad (26550); classed as saheeh by Ibn Khuzaymah in his Saheeh (3/95), Ibn Hibbaan (5/595) and al-Albaani in Saheeh al-Targheeb wa’l-Tarheeb (1/135).

เชคสุลัยมาน อับดุลลอฮฺ อัลมาญิด ตอบ เมื่อถูกถามถึงสตรีจะละหมาดตะรอเวียะฮ์ที่มัสยิด หรือจะละหมาดที่บ้านดีกว่า? ว่า
"หากการละหมาดที่บ้า่นของเธอมีความกระฉับกระเฉง และมีชีวิตชีวาไม่ต่างกับการละหมาดที่มัสยิด การละหมาดที่บ้านของเธอย่อมดีกว่า"


والله أعلم بالصواب

เต้ได้ค้นพบอิสลาม


เต้เกิดในครอบครัวพุทธ เมื่อสองปีที่แล้วเค้าได้สัมผัสกับกลุ่มมิชชันนารี จึงทำให้เค้าได้มีโอกาสศึกษาคัมภีร์ไบเบิ้ลอย่างจริงจัง และได้เข้าไปใช้ชีวิตอยู่กับกลุ่มมิชชันนารีนั้น เต้บอกว่ายิ่งอ่านไบเบิ้ลก็ยิ่งมีคำถามที่ไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้ จนเต้ได้มาพบกับพี่ชายมุสลิมีนคนหนึ่งซึ่งสามารถตอบคำถามทุกคำถามที่เค้าสงสัยได้อย่างสอดคล้องและสมเหตุสมผล
เมื่อต้นปีนี้เต้ได้เข้ารับอิสลาม และรอมฎอนนี้จึงเป็นรอมฏอนแรกของเด็กหนุ่มวัยยี่สิบนิดๆ

อัลลอฮุอักบัร —

ทางไปสวรรค์ของอัลลอฮฺมีทางเดียว


พี่น้องคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า
"ไปตลาด ไปได้หลายทาง มันก็ถึงเหมือนกัน
สวรรค์ ก็ เหมือนกันแหละ มีทางหลายทางที่ไปถึง"
ซึ่งคำพูดนี้มีพี่น้องมุสลิมของเราจำนวนไม่น้อยที่พูดออกมาโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ซึ่งความจริงแล้วเป็นคำพูดที่ไม่ถูกต้อง
จริงอยู่
ว่า ไปตลาด ไปโรงเรียน ไปได้หลายทาง
แต่การไปสวรรค์ของอัลลอฮฺไม่ใช่อย่างนั้น
ไม่ใช่จะทำอย่างไร คิดอย่างไร เชื่ออย่างไร ก็ได้
แต่การไปสวรรค์ของอัลลอฮฺ
‪#‎มีทางเดียวเท่านั้น‬
คือทางที่อัลลอฮ์ ทรงให้ท่านนบีมาประกาศ
คือทาง กิตาบุลลอฮฺ และ ซุนนะห์

..................................
อิสลามตามแบบฉบับ