อัสลามมุอาลัยกุมวาเราะฮมาตุลลอฮิวาบารอกาตุ

ครับ...มนุษย์ทุกคนล้วนปรารถนาชีวิต แต่ไม่ช้าก็เร็ว เขาก็ต้องได้พบกับความตาย ถึงแม้เขาจะทำอะไรเก็บไว้มากมาย แต่เมื่อความตายมาถึงมันก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเขาไม่ทันได้เตรียมตัว มนุษย์มักมีเป้าหมายที่จะสร้างความสำเร็จและความรุ่งเรืองขึ้นบนโลก แต่ความตายก็มาทำลายภาพลวงแห่งสำเร็จที่เขาได้วาดหวังไว้ ด้วยเหตุนี้ความตายจึงสอนเขาว่าเขาไม่มีอำนาจอะไรเลยก่อนตาย

เราจะต้องเรียนรู้ความจริงจากความตาย เพราะความลับของชีวิตถูกซ่อนไว้อยู่ในนั้น ความตายแสดงให้เราเห็นว่าเราไม่ใช่นายของตัวเอง เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้เพียงชั่วคราวเท่านั้นโลกนี้มิใช่สถานที่สำหรับการทำให้ความฝันของเราเป็นจริง ความตายสอนให้เรารู้ว่าเราควรจะมีชีวิตอย่างไรมันบอกให้เรารู้ถึงหนทางไปสู่ความสำเร็จที่แท้จริงต่างหาก...!!!

วันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2557

จงยืนแถวละหมาดให้เท่าๆกัน



"ท่านทั้งหลายจงยืน(แถวละหมาด)ให้เท่าๆกัน อย่าให้เหลื่อมล้ำกัน เพราะจะทำให้หัวใจของพวกท่านขัดแย้งกัน พวกท่านที่บรรลุศาสนะภาวะมีสติปัญญาเฉียบแหลมให้ยืนแถวถัดจากฉัน แถวถัดไปให้เป็นแถวของเด็ก"

(บันทึกหะดิษโดยอิมามนะสาอีย์)

... วันนี้ เราละเลย และ หลงลืม รึไม่ ?
... จงใคร่ครวญ...

................
Dunt Bung


คนสุดท้ายที่จะออกจากนรก


ท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ได้กล่าวถึงชาวนรก ถึงแม้เขามีความผิดมากมาย แต่หากเขาผู้นั้นมีความศรัทธาแม้เพียงเท่ากับเมล็ดผักกาดในหัวใจของเขา อันถือว่ามีความศรัทธาที่น้อยมาก พระองค์อัลลอฮฺตะอาลาก็ทรงให้เขาออกจากนรก นี้คือความเมตตาของพระองค์อัลลอฮฺตะอาลาที่มีต่อบ่าวของพระองค์

รายงานจากท่านอบูสะอี๊ด อัลคุดรี (ร่อฎียัลลอฮุอันฮุ) เล่าว่า ท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) กล่าวว่า
เมื่อชาวสวรรค์ได้เข้าสวนสวรรค์แล้ว และชาวนรกได้ลงนรกไปแล้ว
อัลลอฮฺจะทรงกล่าวว่า : เอาคนที่มีความศรัทธาเท่ากับเมล็ดผักกาดในหัวใจออกมาจากนรก
พวกเขาจะออกมา แม้ในตอนนั้นพวกเขาจะถูกเผาและกลายเป็นเหมือนถ่าน
หลังจากนั้น พวกเขาจะถูกโยนลงไปในแม่น้ำที่ถูกเรียกว่า อัลฮะยาต (ชีวิต) และพวกเขาจะผุดขึ้นมาเหมือนกับเมล็ดพืชที่เติบโตบนฝั่งของลำน้ำที่มาจากน้ำฝน... (บันทึกหะดิษโดยอิมามอัลบุคอรีย์ เลขที่ 8.565)


والله أعلم بالصواب



เสียงอาซาน อัลลอฮฺกำลังเรียกคุณอยู่



สามีถามภรรยาว่า : ละหมาดอัศริแล้วหรือยัง ?
ภรรยาก็ตอบว่า : ยัง
สามีก็ถามว่า : ทำไมถึงยังไม่ละหมาด ?
ภรรยาก็ตอบว่า : ฉันเพิ่งกลับจากที่ทำงาน เหนื่อยมากเลย ขอนอนก่อนได้ไหม ?
สามีก็ตอบว่า : งั้นคุณค่อยละหมาดอัศริรวมกับมัฆริบเลยทีเดียวนะ

วันถัดมา...

สามีต้องเดินทางไกล ที่ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในการเดินทาง โดยปกติแล้ว สามีต้องโทรบอกภรรยาว่าตัวเองถึงที่หมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากแต่ว่าเขาเลือกที่จะไม่โทรหรือไม่บอกภรรยา

ก็เลยทำให้ภรรยารู้สีกกังวลและเป็นห่วง เธอจึงทำการติดต่อกับสามีของเธอด้วยการโทรถาม เพื่อให้ตัวเองรู้สึกสบายใจว่า สามีของเธอถึงที่หมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงทำการโทรไป แต่ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา เธอจึงโทรไปเป็นครั้งที่สอง สัญญาณดีและไม่ขัดข้องเลย โทรติด แต่ว่าไม่มีใครรับสาย จึงโทรไปเป็นครั้งสาม ครั้งที่สี่ ครั้งที่ห้า และโทรเรื่อย ๆ แต่ว่ายังไม่มีใครรับสาย่เลย

ความกังวลใจที่มีอยู่ในตัวเธอ ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเวลาถัดไปหนึ่งชั่วโมงกว่า สุดท้าย สามีก็โทรกลับ

ภรรยาก็ถามว่า : คุณถึงที่หมายนานแล้วหรือยัง ?
สามีก็ตอบว่า : อืม ถึงนานแล้ว
ภรรยาก็ถามว่า : ถึงตอนไหน ?
สามีก็ตอบว่า : ประมาณสี่ชั่วโมงกว่าแล้ว
ภรรยาก็เริ่มโกรธ แล้วพูดว่า : ถึงสี่ชั่วโมงกว่าแล้วหรอ แล้วทำไมไม่ติดต่อบอกข่าวคราวกันบ้างล่ะ ?
สามีก็ตอบว่า : ฉันเดินทางไกล ฉันเหนื่อย ก็เลยนอน
ภรรยาก็ถามว่า : จะโทรหาฉันก่อนไม่ได้หรอ เพียงสละเวลาแค่ไม่กี่นาทีเอง และที่สำคัญ ฉันโทรไปไม่รู้กี่สาย ไม่ได้ยินเสียงโทรเข้าเลยหรอ ?
สามีก็ตอบว่า : ได้ยิน
ภรรยาก็ถามว่า : แล้วทำไมไม่รับสายล่ะ คุณไม่คิดที่จะสนใจในตัวฉันใช่ไหม ?
สามีก็ตอบว่า : ใช่ ตัวคุณเองก็เหมือนกัน ทำไมไม่คิดที่จะสนใจในเสียงอาซานบ้างล่ะ อัลลอฮฺกำลังเรียกคุณอยู่นะ

น้ำตาของภรรยาเริ่มไหล แล้วเงียบกันสักพักหนึ่ง
แล้วเธอก็ตอบว่า : ใช่ สิ่งที่คุณพูดมา เป็นสิ่งที่ถูกต้อง
สามีก็พูดว่า : ฉันไม่ใช่คนที่สามารถลบความผิดและบาปให้คุณได้นะ จงขอต่ออัลลอฮฺซึ่งการอภัยเถิด และอย่าได้ชินกับการกระทำอย่างนี้อีก ก็เพราะว่าฉันอยากเป็นคนหนึ่งที่คิดจะอยู่เคียงข้างคุณอีกครั้งในสวรรค์ เป็นการใช้ชีวิตคู่ที่นิจนิรันดร์

หลังจากนั้นมา เธอละหมาดตรงตามเวลาทุกครั้ง

คนที่รักคุณจริง ๆ คือคนที่คอยผลักดันตัวของคุณ เพื่อให้ตัวของคุณก้าวมาอยู่ข้างหน้า ที่กำลังมุ่งเดินไปสู่หนทางของอัลลอฮฺ แล้วมาหยุดที่ ๆ เขากำลังยืนอยู่ แล้วเขาก็พร้อมจะจูงมือของคุณมุ่งไปยังข้างหน้า และคอยประคับประคองเพื่อที่จะไม่ให้คุณเดินกลับไปยังข้างหลังอีกครั้ง

.
...............................................
บทความดี ๆ โดย : نجوم مصرية
ถอดความและเรียงคำโดย : อูลุล อัลบ๊าบ




ความเคยชินที่น่ากลัว (ฮิญาบ)



เด็กสาวทำงานบ้านที่บ้านฉัน
เธอมาช่วยฉันทำงานประมาณ 4 ปีแล้ว
ฉันยังนึกภาพเธอในวันแรกได้ดี
เธอสาวสวยและคลุมฮิญาบเรียบร้อย
เวลามาถึงเธอจะกล่าวให้สลามแก่ฉัน
และทุกคนในบ้านเช่นเดียว กับเวลาที่เธอจะกลับ

นอกจากงานที่บ้านแล้วเธอยังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง
เธอบอกว่าอยากหารายได้เป็นค่าหน่วยกิต

อีก 2 ปีต่อมาเธอยังเรียนอยู่เหมือนเดิมแต่เป็นปีสุดท้าย
และเธอก็ได้งานทำที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านสุรีวงศ์
เธอเริ่มเปลี่ยนไปเธอแต่งตัวสวยขึ้น
บอกว่าเป็นฟอร์มของโรงแรม
แต่ที่ฉันสะดุดตาก็คือ เธอปล่อยผมสยายแถมทำสีซะด้วย

ฮิญาบเธอหายไปไหน?

ไม่มีวี่แววแห่งความเขินอาย กลับดูภาคภูมิใจด้วยซ้ำ
ฉันเคยทักเธอว่าฮิญาบหายไปไหนล่ะ
เธอบอกว่า "ยังไม่ได้ขออนุญาตทางโรงแรมเพราะ
ตอนสมัครงานไม่ได้คลุมฮิญาบไป"

หลังจากนั้นไม่ว่าเธอจะต้องไปทำงานหรือไม่
หรือมีธุระออกไปไหนเธอก็ไม่คลุมฮิญาบอีกเลย
เธอเริ่มเคยชินกับภาพลักษณ์ของเธอวันแล้ววันเล่า
จนเกิดความชินชา และไม่รู้สึกผิดเสียแล้ว

.....................................
ลาลาโต tho99 เล่าเรื่อง
อับดุลรอมาน หะระตี โพส


ลูกเอ๋ย สุขทุกข์หรืออย่างไร ณ พระองคเท่าเทียมกัน




ลูกเอยเจ้าอย่าท้อ จะเกิดก่อฐานะไหน ==>

สุขทุกข์หรืออย่างไร ณ พระองคเท่าเทียมกัน ==>

มีมากย่อมให้มาก ถ้าจนยากอย่าแปรผัน ==>

โลกนี้ช่างแสนสั้น โลกหน้านั้นถาวรเอย ==>

ด้วยว่าฐานะนั้น ไม่ได้ชี้วัดคุณค่าของความเป็น 'คน'

แต่คุณค่าของความเป็น 'คน' อยู่ที่ว่าเราจะดำเนินชีวิตให้เป็นคนดี และผ่านพ้น ต่อการถูกสอบสวนได้อย่างไร

"อย่าปล่อยให้เขาเหล่านี้ ได้ทวงถามสิทธิ์ของเขา ณ วันนั้น ต่อหน้าพระองค์ .... ผู้ที่สร้างเรามาทุกคน"

.......................
@ Love Peace






วันพุธที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2557

คนในดุอาร์




ในคำคืนแห่งหนึ่ง ท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาวที่ส่องแสงระยิบระยับ
ได้มีสองพี่น้องกำลังคุยกัน ผู้เป็นน้องก็แหงนมองท้องฟ้า
แล้วเห็นดวงดาวอยู่เรียงรายอย่างสวยงาม

น้องสาวพูดกับพี่สาวว่า : สามีในดุอาร์ของฉัน ฉันอยากได้เหมือน
ท่านอาลีย์ บิน อาบีย์ฏอลิบ เพื่อที่ฉันจะได้อยู่กับเขาอย่างมีความสุข

พี่สาวก็นิ่งสักพัก แล้วก็ตอบว่า : ถ้างั้น เธอก็จงเป็นดังเช่น...
ท่านหญิงฟาฏีมะห์ ลูกสาวท่านนบีศ็อลฯ

ทำไมล่ะ ? น้องสาวสงสัย

นั้นเพราะว่า...

ในเมื่อเธออยากได้สามีที่ดี เธอเองก็ต้องเป็นบุคคลที่ดี
อย่างที่เขาเป็นเช่นกัน

...............................
อับดุลรอมาน หะระตี









คิดว่าดี แต่มันออกนอกกรอบศาสนา



คืนนี้ ละหมาดซุบฮี 10 รอกาอัต ดีกว่า....

หลายคนทัก ไม่ได้นะ .....ยังไงก็ไม่ไดดดดดดดดด้

ผมบอกว่า ก็มันดีหนิ ทำไมหล่ะ สูญูดต่ออัลลอฮ เหมือนกันหนิ.....ทำไมจะไม่ได้

หลายคนทักอีก ก็.....เพราะแบบฉบับที่อัลลอฮให้นบีบอก แค่ 2 รอกาอัต

...ผมจึงบอกว่า...เห็นไหม...เรื่องดีดี เรื่องที่เกี่ยวกับพิธีกรรมที่เกี่ยวเนื่องในศาสนา เราจะทำแบบอำเภอใจ ไม่ได้ใช่ไหม เห็นว่าดี เห็นว่าไม่เป็นไร ก็ดุอาอฺหนิ ไม่พอใช่ไหม...

มันต้องมีแบบ.....ฉบับที่มาจากอัลลอฮว่า รอซุลว่า เราถึงจะทำได้....

คิดง่ายๆ เกร็ดง่ายๆ แด่ผู้ที่มักจะบอกว่า ก็มันดีหนิ ทำไมจะไม่ได้หล่ะ
วัลลอฮฮุอะลัม

.................................
ชะบ๊าบ ก๊อลบุนสะลีม

ปล...คงมิได้หมายถึงเรื่องปลีกย่อยๆ เช่น ดุอาอ์หรืออะไรก็ตามที่มีทัศนะรองรับจากอุลมาอฺครับ แต่เป็นพฺิธีกรรมใหญ่ ที่แทบจะไม่มีรายงานหลักฐานเลย

วัลลอฮฮุอะลัม