อัสลามมุอาลัยกุมวาเราะฮมาตุลลอฮิวาบารอกาตุ

ครับ...มนุษย์ทุกคนล้วนปรารถนาชีวิต แต่ไม่ช้าก็เร็ว เขาก็ต้องได้พบกับความตาย ถึงแม้เขาจะทำอะไรเก็บไว้มากมาย แต่เมื่อความตายมาถึงมันก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเขาไม่ทันได้เตรียมตัว มนุษย์มักมีเป้าหมายที่จะสร้างความสำเร็จและความรุ่งเรืองขึ้นบนโลก แต่ความตายก็มาทำลายภาพลวงแห่งสำเร็จที่เขาได้วาดหวังไว้ ด้วยเหตุนี้ความตายจึงสอนเขาว่าเขาไม่มีอำนาจอะไรเลยก่อนตาย

เราจะต้องเรียนรู้ความจริงจากความตาย เพราะความลับของชีวิตถูกซ่อนไว้อยู่ในนั้น ความตายแสดงให้เราเห็นว่าเราไม่ใช่นายของตัวเอง เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้เพียงชั่วคราวเท่านั้นโลกนี้มิใช่สถานที่สำหรับการทำให้ความฝันของเราเป็นจริง ความตายสอนให้เรารู้ว่าเราควรจะมีชีวิตอย่างไรมันบอกให้เรารู้ถึงหนทางไปสู่ความสำเร็จที่แท้จริงต่างหาก...!!!

วันพุธที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2556

เมื่อแข่งขันนกเขาชวาเสียงหารายได้สนับสนุนงานเมาลิด



แข่งขันนกเขาชวาเสียง ชิงถ้วยพระราชทาน
 เพื่อหารายได้สนับสนุนงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย



-อิสลามไม่มีประธานเปิดพิธี มันเป็นของชนอื่นเขา

รายงานจากอิบนุ อุมัร เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุมา เล่าจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ว่า

مَنْ تَشَبَّهَ بِقَوْمٍ فَهُوَ مِنْهُمْ

 “ผู้ใดที่เลียนแบบกลุ่มชนใด เขาก็เป็นส่วนหนึ่งของพวกเขา” (บันทึกโดย อบู ดาวูด 3512, อัล-อัลบานีย์ให้หุก่มว่า หะสัน เศาะฮีหฺ ดู เศาะฮีหฺ สุนัน อบี ดาวูด : 3401)
-จัดงานหารายได้สนับสนุนศาสนาทั้งที หาผู้นำมุสลิมสักคนหนึ่งมาเปิดพิธีไม่ได้เชียวหรือ? ถึงให้คนต่างศาสนิก มาเป็นประธานในพิธี

-งานวันเกิดของต่างศาสนิก เขากำหนดจัดงานวันเกิดโดยเฉพาะวันนั้น เช่น วันพระเยซูเกิืด เป็นวันที่ 25 ธันวาคม เขาก็จัดฉลองในวาระโอกาสคล้ายวันเกิดในวันนี้ แต่การฉลองวันเมาลิดมีการจัดงานกันเกือบตลอดทั้งปี เชียวหรือ?

-การแข่งขันนกเขาชวาเสียง มันไม่เข้าข่ายการพนันขันต่อหรอกหรือ? มันไม่ใช่การต่อรองซึ่งได้เสียกันโดยอาศัยเหตุการณ์หรอกหรือ ? การนำเงินมาเป็นค่าลงทะเบียน หรือเป็นค่าเสา แล้วหากนกเขาชวาของใครขันดีกว่า จะได้รับรางวัลตอบแทน นกของใครขันไม่เข้าเป้า ก็ไม่ได้รับรางวัล มันจะต่างอะไรกับการที่เรานำไก่ชนไปชนในวงไก่ชน ด้วยการนำเงินมาให้กรรมการ แล้วหากไก่เขาชนชนะเขาก็จะได้รับเงิน หรือรางวัล หากไก่ของเขาชนแพ้ เขาก็จะไม่เงิน หรือรางวัลใดเลย มันเป็นการต่อรองและได้เสียกัน ที่เรียกว่าการพนันขันต่อ...

!!! แล้วจะมีลักษณะที่ผู้นำนกเขาเข้าแข่งขันไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย(ที่เรียกว่าค่าลงทะเบียน หรือค่าเสา) เมื่อแข่งขันแล้ว ตนอาจได้ถ้วยรางวัล หรือไม่ได้ ไหมละ!!! ซึ่งมันไม่ใช่การต่อรองและได้เสีย ที่เรียกว่าการพนันขันต่อ...

หากเงินที่่ได้รับจากการแข่งขันนกเขาชวาเสียง อยู่ในข่ายการพนันขันต่อ เงินเหล่านั้นจะนำไปเพื่อหารายได้สนับสนุนงานเมาลิดได้หรือ?

กฏนิติศาสตร์อิสลาม ระบุว่า
ما حرم أخذه حرم إعطاؤه
"สิ่งที่ต้องห้ามเอามา ย่อมต้องห้ามให้มันด้วย(เช่นกัน)


والله أعلم بالصواب

✿ ▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬ ✿



เฟรเดริค คานูเต้ เป็นเพราะตัวเขาคือ มุสลิม



เขาชื่อ เฟรเดริค คานูเต้ ชื่อเล่น อูมัร เป็นเพราะตัวเขาชื่นชอบในตัวท่านอูมัร บิน อัลค็อฏฏอบ
นักเตะสโมสรเซบีย่ารายนี้ ได้คัดค้านโลโก้ที่ถูกสกรีนบนเสื้อ 888.com

เป็นเพราะสกรีนนั้น เป็นเว็บไซต์การพนันที่ถือว่าใหญ่เป็นอันดับต้นๆของโลกเลยทีเดียว
แล้วเขาก็ไม่สนับสนุนกับโลโก้สกรีนนั้น

เวลาที่เขาได้ยิงประตูให้แก่ทีม เขาจะถกเสื้อบอลขึ้น ปิดสกรีนเว็บพนันด้วยการสวมเสื้อข้างใน สกรีนด้วยคำว่า Palestina หรือปาเลสไตน์

เพื่อให้ผู้คนได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดของพี่น้องมุสลิมที่ถูกเข่นฆ่าและถูกขับไล่ออกจากพื้นที่ โดยทหารอิสราเอลและประชาชาติยิวทั้งหลาย

โอ้ อัลลอฮฺ จงโปรดปรานหัวใจที่ดี ที่มีความรักต่อพี่น้องมุสลิมเราด้วยเถิด


✿ ▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬ ✿


บทความโดย : อูลุล อัลบ๊าบ

ความรักที่ถูกสร้างอยู่บนความพอพระทัยของอัลลอฮฺ



ในยามค่ำคืนแห่งหนึ่งของท่านนบีมูฮัมหมัด ศ็อลลัลลอฮูอาลัยฮีวาซัลลัม


ซึ่งท่านฯได้ขออนุญาติจากภรรยาของท่าน (ท่านหญิงอาอีชะห์รอฏียัลลอฮูอันฮา) เพราะว่าท่านจะทำการยืนละหมาดในยามค่ำคืน

ท่านหญิงอาอีชะห์จึงกล่าวว่า : ฉันขอสาบานต่อเอกองค์อัลลอฮฺว่า ฉันอยากที่จะอยู่ชิดใกล้กับตัวคุณตลอดเวลา เพียงแต่ว่าฉันไม่สามารถที่จะบังคับอารมณ์ของตัวเองได้เลย"

ความรักที่ถูกปลูกในบ้านหลังนี้ มันช่างงดงามจริงหนอ
ความรักที่ถูกโปรยหลังจากแต่งงาน มันช่างโรแมนติกยิ่ง และไม่มีสิ่งใดมาเทียบเท่าได้เลย
และความรักที่ถูกสร้างอยู่บนความพอพระทัยของอัลลอฮฺ ฉันไม่มีคำใดจะอธิบาย นอกเหนือจากน้ำตาแห่งความปลาบปลื้ม มาทดแทนทั้งหมดของเนื้อหาคำบรรยาย



✿ ▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬ ✿



บทความดีๆโดย : أنا مثقف
ถอดความและเรียงคำโดย : อูลุล อัลบ๊าบ

ดุอาอ์ขณะนั่งตะชะฮุด




เมื่อนั่งตะชะฮุดครั้งแรก(ตะชะฮฺเอาวัล) หรือนั่งตะชะฮุดครั้งสุดท้าย(ตะชะฮฺฮุดอาคิร) ให้ผู้ละหมาดเริ่มอ่านดุอาอฺตะชะฮฺฮุด (การอ่าน “อัตตะฮียาต”)

รายงานจากท่านอิบนุ อับบาส เล่าว่า
“ปรากฏว่าท่านรสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม เคยสอนให้พวกเขา(อ่านดุอาอ์) ตะชะฮฺฮุด เสมือนที่ท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม สอนพวกเขา (อ่าน) อายะฮฺของอัลกุรอาน” (บนทึกหะดิษโดยมุสลิม หะดิษเลขที่ 930 เป็นหะดิษที่เศาะเฮียะฮฺ)

โดยให้ผู้ละหมาดเลือกกล่าวดุอาอ์บทใดบทหนึ่งต่อไปนี้สลับกันไป เพื่อรักษาไว้ซึ่งสุนนะฮฺของท่านรสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม

ดุอาอ์ตะชะฮฺฮุดบทที่ 1

กล่าวว่า


“อัตต้าฮี้ยาตุล มุบาร่อกาตุซ ซ่อล่าวาตุตต็อยยี่บาตุ ลิลลาฮฺ , อัซซ่าลามอ้าลัยก้า อัยยุฮันน่าบียุ วะเราะหฺม่าตุลลอฮิ ว่าบ้าร่อกาตุฮฺ  , อัซซ่าลามุ อ้าลัยนา ว่าอ้าลา อิบาดิลลาฮิซซอลี่ฮีน อัชฮ่าดุ อันลา อิลาฮ่า อิ้ลลัลลอฮฺ , ว่าอัชฮ่าดุ อันน่า มุฮัมม่าดัรฺ ร่อซูลุลลอฮฺ”

ความหมาย
“การเคารพภักดี ความจำเริญ การวิงวอน และสิ่งดีงามทั้งหลายนั้น ล้วนเป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์อัลลอฮฺ , ขอความสันติสุข , ความเมตตา และความจำเริญจากพระองค์อัลลอฮฺจงประสบแด่ท่าน โอ้ผู้เป็นนบี , ขอความสันติสุข จงประสบแด่พวกเรา และแด่ป่วงบ่าวที่ทนรงไว้ซึ่งคุณธรรมของพระองค์อัลลอฮฺด้วยเถิด , ฉันขอปฏิญาณตนว่า ไม่มีการเคารพภักดีใด นอกจากพระองค์อัลลอฮฺ และฉันขอปฏิญาณตนว่าแท้จริง(นบี) มุหัมมัดนั้น เป็นศาสนทูตของพระองค์” (เป็นหะดิษเศาะเฮียะฮฺ บันทึกหะดิษโดยมุสลิม หะดิษเลขที่ 610 ติรมีซีย์ หะดิษเลขที่ 267 และอะหฺมัด หะดิษเลขที่ 2533)

ดุอาอ์ตะชะฮฺฮุดบทที่ 2

กล่าวว่า

“อัตต้าฮี้ยาตุ ลิ้ลลาฮ , วัซซ๋อล่าวาตุ วัฏฏ็อยยี่บาต , อัซซ่าลามุ อ้าลัยก้า อัยยุฮันน่าบียุ วะเราะหฺม่าตุลลอฮิ ว่าบ้าร่อกาตุฮฺ อัซซ่าลามุ อ้าลัยนา ว่าอ้าลา อิบาดิลลาฮิซซอลี่ฮีน , อัชฮ่าดุ อันลา อิลาฮ่า อิ้ลลัลลอฮฺ ว่า อันน่า มุฮัมม่าดัน อับดุฮู ว่าร่อซูลุฮฺ”

ความหมาย
“การเคารพภักดี การวิงวอน และสิ่งดีงามทั้งหลายนั้น ล้วนเป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์อัลลอฮฺ , ขอความสันติสุข , ความเมตตา และความจำเริญจากพระองค์อัลลอฮฺจงประสบแด่ท่าน โอ้ผู้เป็นนบี , ขอความสันติสุข จงประสบแด่พวกเรา และแด่ป่วงบ่าวที่ทรงไว้ซึ่งคุณธรรมของพระองค์อัลลอฮฺด้วยเถิด , ฉันขอปฏิญาณตนว่า ไม่มีการเคารพภักดีใด นอกจากพระองค์อัลลอฮฺ(เพียงองค์เดียวเท่านั้น) และฉันขอปฏิญาณตนว่าแท้จริง(นบี) มุหัมมัดนั้นเป็นบ่าว และเป็นศาสนทูตของพระองค์” (เป็นหะดิษเศาะเฮียะฮฺ บันทึกหะดิษโดยมุสลิม หะดิษเลขที่ 610)

ดุอาอ์ตะชะฮฺฮุดบทที่ 3

กล่าวว่า


“อัตต้าฮี้ยาตุฏ ฏ็อยยี่บาตุศ ศ่อล่าตุลิ้ลลาฮฺ , อัซซ๋าล่ามุ อ้าลัยก้า อัยยุฮันน่าบียุ วะเราะหฺม่าตุลลอฮิ ว่าบ้าร่อกาตุฮฺ ,  อัซซ่าลามุ อ้าลัยนา ว่าอ้าลา อิบาดิลลาฮิซซอลี่ฮีน , อัชฮ่าดุ อันลา อิลาฮ่า อิ้ลลัลลอฮฺ ว่าอัชฮ่าดุอันน่า มุฮัมม่าดัน อับดุฮู ว่าร่อซูลุฮฺ”

ความหมาย
“การเคารพภักดี สิ่งดีงามทั้งหลาย และการวิงวอนนั้น ล้วนเป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์อัลลอฮฺ (เพียงองค์เดียวเท่านั้น), ขอความสันติสุข , ความเมตตา และความจำเริญจากพระองค์อัลลอฮฺจงประสบแด่ท่าน โอ้ผู้เป็นนบี , ขอความสันติสุข จงประสบแด่พวกเรา และแด่ป่วงบ่าวที่ทรงไว้ซึ่งคุณธรรมของพระองค์อัลลอฮฺด้วยเถิด , ฉันขอปฏิญาณตนว่า ไม่มีการเคารพภักดีใด นอกจากพระองค์อัลลอฮฺ(เพียงองค์เดียวเท่านั้น) และฉันขอปฏิญาณตนว่า(นบี) มุหัมมัดนั้นเป็นบ่าว และเป็นศาสนทูตของพระองค์” (เป็นหะดิษเศาะเฮียะฮฺ บันทึกหะดิษโดยมุสลิม หะดิษเลขที่ 612)

ดุอาอ์ตะชะฮฺฮุดบทที่ 4

กล่าวว่า


“อัตต้าฮี้ยาตุลิลลาฮฺ อัซซากิยาตุลิ้ลลาฮฺ ฏ็อยยี่บาตุลิลิ้ลาฮฺ , อัซซ๋าล่ามุ อ้าลัยก้า อัยยุฮันน่าบียุ วะเราะหฺม่าตุลลอฮิ ว่าบ้าร่อกาตุฮฺ ,  อัซซ่าลามุ อ้าลัยนา ว่าอ้าลา อิบาดิลลาฮิซซอลี่ฮีน , อัชฮ่าดุ อันลา อิลาฮ่า อิ้ลลัลลอฮฺ ว่าอัชฮ่าดุอันน่า มุฮัมม่าดัน อับดุฮู ว่าร่อซูลุฮฺ”

ความหมาย
“การเคารพภักดี ความบริสุทธิ์ และสิ่งดีงามทั้งหลาย ล้วนเป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์อัลลอฮฺ (เพียงองค์เดียวเท่านั้น), ขอความสันติสุข , ความเมตตา และความจำเริญจากพระองค์อัลลอฮฺจงประสบแด่ท่าน โอ้ผู้เป็นนบี , ขอความสันติสุข จงประสบแด่พวกเรา และแด่ป่วงบ่าวที่ทรงไว้ซึ่งคุณธรรมของพระองค์อัลลอฮฺด้วยเถิด , ฉันขอปฏิญาณตนว่า ไม่มีการเคารพภักดีใด นอกจากพระองค์อัลลอฮฺ(เพียงองค์เดียวเท่านั้น) และฉันขอปฏิญาณตนว่า(นบี) มุหัมมัดนั้นเป็นบ่าว และเป็นศาสนทูตของพระองค์” (บันทึกหะดิษโดยอิมามมาลิก และบัยหะกีย์ ด้วยสายรายงานเศาะเฮียะฮฺ จากหนังสือ “สิฟะตุเศาะลาตินนบี” หน้า 163)


والله أعلم بالصواب

✿ ▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬ ✿


วันอังคารที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2556

โลกนี้อัลลอฮฺทรงตอบแทนครบถ้วนสำหรับบ่าวของพระองค์



สำหรับในโลกนี้พระองค์อัลลอฮฺ ศุบอานะฮูวะตะอาลา จะทรงตอบแทนให้แก่บ่าวของพระองค์ ไม่ว่าจะเป็นมุสลิมผู้ศรัทธา หรือ คนต่างศาสนิกก็ตาม อย่างคนต่างศาสนิก บริจาคช่วยเหลือผู้ที่ยากจน ขัดสน ช่วยเหลือสังคม พระองค์ก็จะตอบแทนความดีพวกเขาในโลกนี้ด้วยความเมตตาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทรัพย์สินเงินทอง เรื่องสุขภาพที่ดี หรือเรื่องอื่นๆ ซึ่งการตอบแทนจากพระองค์ไม่ได้มาในรูปแบบเงินทองอย่างเดียว แต่การตอบแทนของพระองค์ อัลลอฮฺ ศุบอานะฮูวะตะอาลา ต่อผู้ปฏิเสธศรัทธา เฉพาะในโลกนี้เท่านั้น

รายงานจากท่านอนัส บุตรของมาลิก รอ่ฎียัลลอฮุอันฮ์ เล่าว่า ท่านรสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม กล่าวว่า
“แท้จริงผู้ปฏิเสธศรัทธา หากเขากระทำความดี เขาจะได้รับการตอบแทน(จากอัลลอฮฺ) ในโลกนี้ ส่วนผู้ศรัทธา พระองค์อัลลอฮฺตะอาลา จะทรงสะสมให้เขา(ตอบแทน) ในคุณงามความดีของเขาในโลกหน้า และพระองค์จะประทานริสกีแก่เขาในโลกนี้ตามแต่การเชื่อฟังของเขา(ที่มีต่ออัลลอฮฺ)” (บันทึกหะดิษโดยอิมามมุสลิม)
พระองค์อัลลอฮ์ ศุบฮานะฮูวะตะอาลา ตรัสว่า

مَن كَانَ يُرِيدُ الْحَيَاةَ الدُّنْيَا وَزِينَتَهَا نُوَفِّ إِلَيْهِمْ أَعْمَالَهُمْ فِيهَا وَهُمْ فِيهَا لَا يُبْخَسُونَ ( 15 ) 

"ผู้ใดปรารถนาการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้และความเพริศแพร้วของมัน เราก็จะตอบแทนให้พวกเขาอย่างครบถ้วน ซึ่งการงานของพวกเขาในโลกนี้เท่านั้น และพวกเขาจะไม่ถูกริดรอนในการงานนั้นแต่อย่างใด" (อัลกุรอาน สูเราะฮฺฮูด11 :15)

พระองค์อัลลอฮฺ ศุบอานะฮูวะตะอาลา ทรงความยุติธรรม พระองค์จะไม่อธรรมใดๆ ต่อปวงบ่าวของพระองค์


พระองค์อัลลอฮ์ ศุบฮานะฮูวะตะอาลา ตรัสว่า


وَوُضِعَ الْكِتَابُ فَتَرَى الْمُجْرِمِينَ مُشْفِقِينَ مِمَّا فِيهِ وَيَقُولُونَ يَا وَيْلَتَنَا مَالِ هَٰذَا الْكِتَابِ لَا يُغَادِرُ صَغِيرَةً وَلَا كَبِيرَةً إِلَّا أَحْصَاهَا وَوَجَدُوا مَا عَمِلُوا حَاضِرًا وَلَا يَظْلِمُ رَبُّكَ أَحَدًا ( 49 ) 
"และบันทึกจะถูกวางไว้ ดังนั้น เจ้าจะเห็นผู้กระทำผิดทั้งหลายหวั่นกลัวสิ่งที่มีอยู่ในบันทึกและพวกเขาจะกล่าวว่า “โอ้ความวิบัติของเราเอ๋ย! บันทึกอะไรกันนี่ มันมิได้ละเว้นสิ่งเล็กน้อยและสิ่งใหญ่โตเลย เว้นแต่ได้บันทึกไว้ครบถ้วน” และพวกเขาได้พบสิ่งที่พวกเขาได้ปฏิบัติไว้ปรากฏอยู่ต่อหน้าและพระผู้เป็นเจ้าของเจ้ามิทรงอธรรมต่อผู้ใดเลย"
 (อัลกุรอาน สูเราะฮฺอัลกะฮฺฟี 18:49)

สำหรับผู้ศรัทธาต่อพระองค์อัลลอฮฺ ศุบอานะฮูวะตะอาลา เขาผู้ศรัทธาจะได้รับรางวัลการตอบแทนอันยิ่งใหญ่จากพระองค์ในโลกหน้า รวมถึงปัจจัยยังชีพในโลกนี้ ด้วยกับคุณงามความดี การเชื่อฟังต่อพระองค์ด้วยศรัทธาอย่างแท้จริง การขวยขวายของพวกเขาจะได้รับการตอบแทนจากพระองค์อัลลอฮฺ ศุบอานะฮูวะตะอาลา อย่างแน่นอน

พระองค์อัลลอฮ์ ศุบฮานะฮูวะตะอาลา ตรัสว่า


وَمَنْ أَرَادَ الْآخِرَةَ وَسَعَىٰ لَهَا سَعْيَهَا وَهُوَ مُؤْمِنٌ فَأُولَٰئِكَ كَانَ سَعْيُهُم مَّشْكُورًا ( 19 ) 

"และผู้ใดปรารถนาปรโลก และขวนขวายเพื่อมันอย่างจริงจัง โดยที่เขาเป็นผู้ศรัทธาชนเหล่านั้น การขวนขวายของพวกเขาจะได้รับการชมเชย"
(อัลกุรอาน สูเราะฮฺอัลอิสรอฮฺ17: 19)


والله أعلم بالصواب

✿ ▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬ ✿

วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2556

ดุอาอ์ขณะสุญูด

السجود



เมื่อผู้ละหมาดได้ทำการสุญูดอย่างสงบนิ่งแล้ว สุนนะฮฺให้ผู้ละหมาดกล่าวดุอาอฺขณะสุญูด โดยให้เลือกกล่าวดุอาอ์บทใดบทหนึ่งต่อไปนี้สลับกันไป เพื่อรักษาไว้ซึ่งสุนนะฮฺของท่านรสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม โดยให้กล่าว 3 ครั้ง หรือมากกว่านั้น

ดุอาอ์ขณะสุญูดบทที่ 1

กล่าวว่า

“ซุบฮาน่าร็อบบิยัลอะอฺลา”

ความหมาย

“มหาบริสุทธิ์แด่พระองค์อัลลอฮฺผู้ทรงสูงส่งยิ่ง”
(เป็นหะดิษเศาะเฮียะฮฺ บันทึกโดยมุสลิม หะดิษเลขที่ 1291 และท่านอื่นๆ)

ดุอาอ์ขณะสุญูดบทที่ ๒

กล่าวว่า

“ซุบบูฮุน กุดดูซุน ร็อบบุล ม่าลาอิก้าติ วัรฺรูหฺ”

ความหมาย
“ผู้บริสุทธิ์ ผู้จำเริญยิ่ง พระผู้อภิบาลแห่งมลาอิกะฮฺ และญิบรีล”
(เป็นหะดิษเศาะเฮียะฮฺ บันทึกโดยมุสลิม หะดิษเลขที่ 1037 และท่านอื่นๆ)

ดุอาอ์ขณะสุญูดบทที่ 3

กล่าวว่า

“ซุบฮาน่ากัลลอฮุมม่า ร็อบบ้านา ว่าบิฮัมดิก้า อัลลอฮุมมัฆฟิรฺ ลีย์”

ความหมาย
“มหาบริสุทธิ์แด่พระองค์อัลลอฮฺ โอ้อัลลอฮฺ พระผู้อภิบาลของเรา และการสรรเสริญเป็นสิทธิ์แด่พระองค์ โอ้อัลลอฮฺขอพระองค์ทรงโปรดอภัยโทษให้แก่ฉันด้วยเถิด”
(เป็นหะดิษเศาะเฮียะฮฺ บันทึกโดยบุคอรีย์ หะดิษเลขที่ 4585 มุสลิม หะดิษเลขที่ 746 และท่านอื่นๆ)

ดุอาอ์ขณะสุญูดบทที่ 4

กล่าวว่า

“อัลลอฮุมมัฆฟิรฺ ลีย์ ซันบีย์ กุลล่าฮู ดิกกี้ฮี ว่า ญิลล่าฮู ว่า เอาว่าล่าฮู ว่า อาคิร่อฮู ว่า อ้าลานี่ย้าต้าฮู ว่า ซิรฺร่อฮู”

ความหมาย
“โอ้อัลลอฮฺ ขอพระองค์ทรงโปรดอภัยโทษในความผิด ของฉันทั้งหมด ทั้งความผิดเล้กน้อย ความผิดใหญ่หลวง ความผิดในครั้งแรก ความผิดในครั้งสุดท้าย ความผิดในที่แจ้ง และความผิดในที่ลับก็ตาม” (เป็นหะดิษเศาะเฮียะฮฺ บันทึกหะดิษโดยมุสลิม หะดิษเลที่ 745 และอบูดาวูด หะดิษเลขที่ 744)

ดุอาอ์ขณะสุญูดบทที่ 5

กล่าวว่า

“อัลลอฮุมมัฆฟิรฺ ลีย์ มา อัสร็อรฺตุ ว่า มา อะอฺลันตุ”

ความหมาย
“โอ้อัลลอฮฺ ขอพระองค์ทรงอภัยโทษ ให้แก่แก่ฉันในสิ่งที่ฉันซ่อนเร้น และสิ่งที่ฉันเปิดเผยด้วยเถิด” (เป็นหะดิษเศาะเฮียะฮฺ บันทึกหะดิษโดยนะซาอีย์ หะดิษเลขที่ 1112)

ดุอาอ์ขณะสุญูดบทที่ 6

กล่าวว่า

“อัลลอฮุมม่า ล่าก้า ซ่าญัดตุ ว่า บิก้า อามันตุ ว่า บิก้า อามันตุ ว่า ล่าก้า อัสสลัมตุ ซ่าญ้าด้า วัญฮิย่า ลิ้ลล่าซี ค่อล่าก้อฮู ว่า เซาว่าร่อฮู ว่า ชักก้อ ซัมอ้าฮู ว่า บ้าศ่อร่อฮู ต้าบาร่อกัลลอฮุ อะหฺซ่านุลคอลิกีน”

ความหมาย
“โอ้อัลลอฮฺ ฉันสุญูดต่อพระองค์ ฉันศรัทธาต่อพระองค์ และฉันยอมจำนนต่อพระองค์ ซึ่งใบหน้าของฉันสุญูดต่อผู้ซึ่งได้สร้างใบหน้านั้นขึ้นมา และทำให้เป็นรุปร่าง มีการได้ยิน และการเห็น พระองค์ทรงมีความจำเริญยิ่ง ผู้ซึ่งดีเยี่ยมในหมู่ผู้สร้างทั้งหลาย” (เป็นหะดิษเศาะเฮียะฮฺ บันทึกหะดิษโดยมุสลิม หะดิษเลขที่ 1290)


สำหรับดุอาอ์ สำนวนต่อไปนี้


“ซุบฮ่าร็อบบิยัล อะอฺลา ว่าบิฮัมดิฮี”

ความหมาย

“มหาบริสุทธิ์แด่พระองค์อัลลอฮฺผู้ทรงสูงส่งยิ่ง และการสรรเสริญเป็นสิทธ์แด่พระองค์”


นักวิชาการหะดิษได้ตรวจสอบหะดิษบทนี้ ถือเป็นหะดิษฎออิฟ เช่นเดียวกับดุอาอ์ขณะรุกัวะอฺ เพราะเป็นหะดิษบทเดียวกัน ดังนี้

หะดิษบทนี้ ที่บันทึกโดยอบูดาวูด หะดิษเลขที่ 736 มี 2 สายรายงาน คือ รายงานที่ 1 จากอัรรอเบียะอ์ และมูซา สายที่ 2 จาก อะห์หทัด บิน ยูนุส

สายรายงาน คือ รายงานที่ 1 จากอัรรอเบียะอ์ และมูซา ไม่ได้รายงานคำว่า “วะบิฮัมดิฮี” ระบุอยู่ด้วย
สำหรับรายงานสายที่ 2 จาก อะห์หทัด บิน ยูนุส มีคำรายงาน “วะบิฮัมดิฮี” ระบุอยู่ด้วย

สายรายงานดังกล่าว ผู้รายงานมีความสับสนในการกล่าวถึงผู้ที่เขาอ้างอิง คือ อัลลัยซ์ อิบนุ ซะอด์ ได้กล่าวถึงผู้ที่เขาอ้างคำรายงาน โดยกล่าวว่า อัยยูบ บิน มูซา หรือมู บินอัยยูบ จึงไม่ชัดเจนว่าสายงานนี้รายงานมาจากใครกันแน่ นัดวิชาการหะดิษได้ตรวจสอบแล้วว่า ผู้ที่อัลลัยซ์ ได้ฟังมาจริงนั้นก็คือ มูซา บิน อัยยูบ บินอามิร อัลฆอฟิกีย์ อัลมัศรีย์ เสียชีวิต ฮ.ศ.153

มูซา บิน อัยยูบ อัลฆอฟิกีย์ คือผู้รายงานจากลุงของเขา จากอาลี ซึ่งอิบนุ มะอีน ได้ปฏิเสธหะดิษของเขาทั้งที่เขาได้รับความน่าเชื่อ

ผู้รายงานที่ชื่อมูซา บิน อัยยูบ รายงานว่า เขาได้ฟังเรื่องนี้มาจากชายคนหนึ่งในกลุ่มชนของเขา ซึ่งกรณีนี้ขาดเงื่อนไขของหะดิษศอเฮียะฮฺ และหะซัน เนื่องจากไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า ชายผู้หนึ่งที่เขากล่าวถึงคือใคร มีสถานะเป็นเช่นไร ในภาษาหะดิษเรียกว่า “มุบฮัม” ซึ่งต่างกับมัจฮูล ที่รู้ชื่อแต่ไม่ประวัติ แต่มุบฮัม นั้น ไม่รู้ทั้งชื่อ และไม่รูประวัติ ทั้ง มุบฮัม และมัจฮูล จัดอยู่ในประเภทหะดิษฎออิฟ ไม่สามารถนำมาอ้างเป็นหลักฐานได้


والله أعلم بالصواب

✿ ▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬ ✿

ดุอาอ์ขณะรุกัวะอฺ



     เมื่อผู้ละหมาดได้ก้มโค้งทำรุกัวะอฺแล้ว สุนนะฮฺให้ผู้ละหมาดกล่าวดุอาอฺขณะรุกัวะอฺ โดยให้เลือกกล่าวดุอาอ์บทใดบทหนึ่งต่อไปนี้สลับกันไป เพื่อรักษาไว้ซึ่งสุนนะฮฺของท่านรสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม โดยให้กล่าว 3 ครั้ง หรือมากกว่านั้น

ดุอาอ์ขณะรุกัวะอฺบทที่ 1

กล่าวว่า

“ซุบฮาน่าร็อบบิยัลอ้าซีม”

ความหมาย

“มหาบริสุทธิ์แด่พระองค์อัลลอฮฺผู้ทรงยิ่งใหญ่”
(เป็นหะดิษเศาะเฮียะฮฺ บันทึกโดยมุสลิม หะดิษเลขที่ 1291 และท่านอื่นๆ)

ดุอาอ์ขณะรุกัวะอฺบทที่ ๒

กล่าวว่า



“ซุบบูฮุน กุดดูซุน ร็อบบุล ม่าลาอิก้าติ วัรฺรูหฺ”

ความหมาย

“ผู้บริสุทธิ์ ผู้จำเริญยิ่ง พระผู้อภิบาลแห่งมลาอิกะฮฺ และญิบรีล”
(เป็นหะดิษเศาะเฮียะฮฺ บันทึกโดยมุสลิม หะดิษเลขที่ 1037 และท่านอื่นๆ)

ดุอาอ์ขณะรุกัวะอฺบทที่ 3

กล่าวว่า

“ซุบฮาน่ากัลลอฮุมม่า ร็อบบ้านา ว่าบิฮัมดิก้า อัลลอฮุมมัฆฟิรฺ ลีย์”

ความหมาย

“มหาบริสุทธิ์แด่พระองค์อัลลอฮฺ โอ้อัลลอฮฺ พระผู้อภิบาลของเรา และการสรรเสริญเป็นสิทธิ์แด่พระองค์ โอ้อัลลอฮฺขอพระองค์ทรงโปรดอภัยโทษให้แก่ฉันด้วยเถิด”
(เป็นหะดิษเศาะเฮียะฮฺ บันทึกโดยบุคอรีย์ หะดิษเลขที่ 4585 มุสลิม หะดิษเลขที่ 746 และท่านอื่นๆ)

สำหรับดุอาอ์ สำนวนต่อไปนี้


“ซุบฮ่าร็อบบิยัล อ้าซีม ว่าบิฮัมดิฮี”

ความหมาย

“มหาบริสุทธิ์แด่พระองค์อัลลอฮฺผู้ทรงยิ่งใหญ่ และการสรรเสริญเป็นสิทธ์แด่พระองค์”


นักวิชาการหะดิษได้ตรวจสอบหะดิษบทนี้ ถือเป็นหะดิษฎออิฟ ดังนี้
หะดิษบทนี้ ที่บันทึกโดยอบูดาวูด หะดิษเลขที่ 736 มี 2 สายรายงาน คือ รายงานที่ 1 จากอัรรอเบียะอ์ และมูซา สายที่ 2 จาก อะห์หทัด บิน ยูนุส

สายรายงาน คือ รายงานที่ 1 จากอัรรอเบียะอ์ และมูซา ไม่ได้รายงานคำว่า “วะบิฮัมดิฮี” ระบุอยู่ด้วย
สำหรับรายงานสายที่ 2 จาก อะห์หทัด บิน ยูนุส มีคำรายงาน “วะบิฮัมดิฮี” ระบุอยู่ด้วย

สายรายงานดังกล่าว ผู้รายงานมีความสับสนในการกล่าวถึงผู้ที่เขาอ้างอิง คือ อัลลัยซ์ อิบนุ ซะอด์ ได้กล่าวถึงผู้ที่เขาอ้างคำรายงาน โดยกล่าวว่า อัยยูบ บิน มูซา หรือมู บินอัยยูบ จึงไม่ชัดเจนว่าสายงานนี้รายงานมาจากใครกันแน่ นัดวิชาการหะดิษได้ตรวจสอบแล้วว่า ผู้ที่อัลลัยซ์ ได้ฟังมาจริงนั้นก็คือ มูซา บิน อัยยูบ บินอามิร อัลฆอฟิกีย์ อัลมัศรีย์ เสียชีวิต ฮ.ศ.153

มูซา บิน อัยยูบ อัลฆอฟิกีย์ คือผู้รายงานจากลุงของเขา จากอาลี ซึ่งอิบนุ มะอีน ได้ปฏิเสธหะดิษของเขาทั้งที่เขาได้รับความน่าเชื่อ

ผู้รายงานที่ชื่อมูซา บิน อัยยูบ รายงานว่า เขาได้ฟังเรื่องนี้มาจากชายคนหนึ่งในกลุ่มชนของเขา ซึ่งกรณีนี้ขาดเงื่อนไขของหะดิษศอเฮียะฮฺ และหะซัน เนื่องจากไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า ชายผู้หนึ่งที่เขากล่าวถึงคือใคร มีสถานะเป็นเช่นไร ในภาษาหะดิษเรียกว่า “มุบฮัม” ซึ่งต่างกับมัจฮูล ที่รู้ชื่อแต่ไม่ประวัติ แต่มุบฮัม นั้น ไม่รู้ทั้งชื่อ และไม่รูประวัติ ทั้ง มุบฮัม และมัจฮูล จัดอยู่ในประเภทหะดิษฎออิฟ ไม่สามารถนำมาอ้างเป็นหลักฐานได้


والله أعلم بالصواب

✿ ▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬ ✿