อัสลามมุอาลัยกุมวาเราะฮมาตุลลอฮิวาบารอกาตุ

ครับ...มนุษย์ทุกคนล้วนปรารถนาชีวิต แต่ไม่ช้าก็เร็ว เขาก็ต้องได้พบกับความตาย ถึงแม้เขาจะทำอะไรเก็บไว้มากมาย แต่เมื่อความตายมาถึงมันก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเขาไม่ทันได้เตรียมตัว มนุษย์มักมีเป้าหมายที่จะสร้างความสำเร็จและความรุ่งเรืองขึ้นบนโลก แต่ความตายก็มาทำลายภาพลวงแห่งสำเร็จที่เขาได้วาดหวังไว้ ด้วยเหตุนี้ความตายจึงสอนเขาว่าเขาไม่มีอำนาจอะไรเลยก่อนตาย

เราจะต้องเรียนรู้ความจริงจากความตาย เพราะความลับของชีวิตถูกซ่อนไว้อยู่ในนั้น ความตายแสดงให้เราเห็นว่าเราไม่ใช่นายของตัวเอง เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้เพียงชั่วคราวเท่านั้นโลกนี้มิใช่สถานที่สำหรับการทำให้ความฝันของเราเป็นจริง ความตายสอนให้เรารู้ว่าเราควรจะมีชีวิตอย่างไรมันบอกให้เรารู้ถึงหนทางไปสู่ความสำเร็จที่แท้จริงต่างหาก...!!!

วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2556

เสียงเพลงและดนตรีที่สั่งห้ามในมัซฮับฮัมบาลีย์



รายงานจากท่านอบุลฟะรอจญ์ อิบนุลเญาซี(เสียชีวิตฮ.ศ.597) ท่านกล่าวไว้ในหนังสือ “ตัลบีส อิบลิส(การล่อลวงของอิบลิส) ว่า”ฆินาอ์” ในสมัยของท่านอิมามอะหฺมัด อิบนิหันบัล(ฮ.ศ.164-241) นั้นการอ่านโครงกลอนกันเป็นจังหวะโดยมีจุดประสงค์เพื่อชี้ชวนผู้คนให้ประพฤติปฏิบัติตัวอยู่ในกรอบของขอบเขตของศาสนา แต่เมื่อนักขับโครงกลอนเริ่มเปลี่ยนลีลาการอ่านโดยใส่ทำนองเสนาะเข้าไป มีท่วงทำนองที่ดึงดูดใจมากขึ้น รายงานต่างๆเกี่ยวกับท่าทีของอิมามอะหฺมัดก็เริ่มเปลี่ยนไปด้วย

อับดุลลอฮฺ บุตรชายของท่านอิมามอะหฺมัดเล่าว่า ท่านอิมามอะหฺมัดกล่าวว่า
“การร้องเพลง(ในที่นี้ไม่มีเครื่องดนตรีประกอบ) นั้นมันเร่งเร้าการนิฟากฺ(สับปลับตลบตะแลง) ในหัวใจ ฉันไม่ชอบเลย”

อิสมาอีล บินอิสหากฺ อัษษะเกาะฟี รายงานว่า ท่านอิมามอะหฺมัดถูกถามเกี่ยวกับคนที่ไปฟังโครงกลอนเหล่านี้ ท่านอิมามอะหฺมัดตอบว่า
“ฉันเกลียดมัน เพราะมันเป็นบิดอะฮฺอย่างหนึ่ง อย่าไปนั่งฟังคนที่อ่านมัน”

รายงานจากอบุลหาริษ ว่า ท่านอิมามอะหฺมัดกล่าวว่า
“อัตตัฆยีรฺ”นั้นเป็นบิดอะฮฺอย่างหนึ่ง”
ก็มีคนแย้งขึ้นมาว่า
“แต่มันน่าประทับใจและทำให้หัวใจอ่อนโยนนี่ครับ”
ท่านตอบย้ำว่า
“มันเป็นบิดอะฮฺ”

ท่านอิบนุลเญาซี กล่าวสรุปว่า
“จากเท่าที่กล่าวมาจะเห็นว่า รายงานต่างๆเกี่ยวกับการที่อิมามอะหฺมัดรังเกียจหรืออนุมัติการร้องเพลงนั้นก็ขึ้นอยู่กับประเภทของการร้องเพลงนั้นๆส่อไปทางใด ส่วนเพลงที่นิยมกันทุกวันนี้(ท่านกล่าวไว้ในช่วงฮิจเราะฮศตวรษที่ 6) ถือเป็นประเภทต้องห้ามตามทัศนะของอิมามอะหฺมัด ถ้าท่านได้มาเห็นว่าประชาชนได้เพิ่มเติมอะไรเข้าไปเป็นอุตริบ้าง”(หนังสือ”ตัลบีสอิบลิส” หน้าที่ 228-229) 



والله أعلم بالصواب

✿ ▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬ ✿


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น